วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

2 นัดหยุดชีวิตแรงงานต่างด้าว


จากมูลเหตุของการขยายตัวทาง ด้านเศรษฐกิจ ด้านอุตสาหกรรม และการบริการของไทย มีอัตราการเจริญเติบโตสูงขึ้นเป็นลำดับตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ความต้องการทางด้านแรงงานมีปริมาณเพิ่มตามไปด้วย และสิ่งที่ตามมา ก็คือ เกิดการจ้างงานและการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและการบริการมากขึ้นเป็นลำดับ ในการจ้างงานนั้นก็มีทั้งแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ถ้าเป็นแรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายละ แรงงานต่างด้าวพม่า ลาว เขมร ที่แห่หลั่งไหลเข้าสู้ประเทศไทย แรงงานเหล่านี้บางกลุ่มก็ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มมีการขับเคลื่อนไปในทางที่ดี ด้ายฝีมือและแรงงานของพวกเขา แต่ก็มีกลุ่มแรงงานบางพวกที่เขามาแล้วก่อให้เกิดปัญหาของสังคมไทย เช่น อาชญากรรม การลักขโมย ชิงทรัพย์วิ่งราว ถ้าคนพวกนี้ถูกจับได้ก็จะถูกจับตัวส่งกลับประเทศของตัวเอง

ภาพจาก
http://www.isc-gspa.org/news/View_print.asp?subjectid=255
เมื่อประมาณปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่จังหวัดระนอง การได้ไปเที่ยวในครั้งนั้นทำให้ได้อะไรหลายๆอย่างและคำถามที่เกิดขึ้นมากภายในใจ ก่อนที่จะไปถึงคำถามที่อยู่ภายในใจนั้นขอเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึงได้ตั้งคำถามเหล่านั้นขึ้นมาได้ และผมเชื่อว่า ท่านทั้งหลายที่ได้เข้ามาอ่านในบทความนี้แล้วก็คงได้เกิดคำถามขึ้นมาภายในใจเหมือนกับผมแหละครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่จังหวัดระนอง เพื่อนผมชื่อว่าแบงค์( นามสมมุตินะครับ ) เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก แบงค์ชวนผมไปเที่ยวที่บ้านของคุณตาแบงค์ที่จังหวัดระนอง ที่บ้านของคุณตานั้นมีอาชีพ การประมงครับ การทำปลากระเบน มีการลอกหางปลากระเบน และปลาอื่นๆอีกมากมายแต่ส่วนใหญ่จะเป็นปลากระเบน แรงงานของที่บ้านคุณตานั้นก็จะมีแต่พวกแรงงานพม่า (มารู้ทีหลังว่าเป็นแรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกตามกฎหมาย) แรงงานที่บ้านคุณตานั้นมีประมาณ 30 กว่าคนได้เท่าที่ผมนับได้ตอนนั้น สภาพที่เห็นในตอนนั้น ความเป็นอยู่ของคนพวกนี้นั้นแสนที่จะบรรยายเลย ดินที่เป็นดินทรายกับที่แฉะๆพวกเขาก็เอาเสื่อน้ำมันปูกับพื้นดินแล้วนอน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ประมาณ 30 กว่าคนต่างก็นอนที่เดี่ยวกันนี้  สภาพที่เห็นยังมีหนักกว่านั้นอีกตอนกินข้าว ผมกับเพื่อนก็ไปตลาดซื้อลองกองมานั่งกินกัน ภาพที่เห็น เห็นเด็กพม่าคนหนึ่งกับแม่ของเขากำลังนั้งป้อนข้าวให้กับลูกถ้าเป็นอาหารที่มีคุณค่าหรือน่ากินมากกว่าที่ผมเห็นอยู่ในจานข้าวก็คงไม่เป็นอะไรกระมัง ก็แค่การป้อนข้าวให้ลูกจากผู้เป็นแม่ แต่แล้วไม่ใช่อย่างที่คิด ภาพตอนนั้นที่ผมเห็นคือ จานข้าวเป็นจานสังกะสี (ผุๆ )แถมตามขอบของจานนั้นยังมีการขึ้นของสนิมอีกด้วย เหมือนจานข้าววัดอะครับ และอาหารนั้นคือ ข้าวเปล่าและข้างกายของแม่ผู้เป็นชาวพม่านั้นมีขวดซอตภูเขาทองอยู่หนึ่งขวด สภาพของขวดนั้นก็ไม่น่าให้อภัยเลย มีทั้งคราบที่เป็นสีดำๆเกาะขึ้นกังตามปากขวด แถมมีมดตัวน้อยๆเดินเป็นขบวนเหมือนคาราวารอูฐเดินจากเส้นทางสายไหมไปยังเมืองจีนเลยอย่างนั้น  แต่นี่มันเป็นคาราวารมดที่เดินลงไปยังขวดของซอตภูเขาทอง คำถามเกิดขึ้นมาในใจของผมแล้วว่า กินได้หรือนั่น แต่นี่มันเป็นเสียงที่เกิดขึ้นในใจของผม แต่เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่ววินาที หูของผมได้ยินเสียงของเพื่อนของผมมันพูดขึ้นมาเลยว่า แล้วกินได้ไหมน่ะ ทำไมไม่ไล่มดไปเดียวก็กัดลูกหรอก คำพูดที่เพื่อนของผมพูดออกมานั้นมันเป็นคำถามเดียวกับที่อยู่ในใจของผมเลย เพียงแต่ผมไม่กล้าพูดออกไปเท่านั้น หลังจากที่ผมกำลังยื่นอึ่งกับคำพูดของเพื่อนของผมที่มันคิดเหมือนกับผมเลยนั้น เสียงการตอบของผู้เป็นแม่ชาวพม่าคนนั้นก็ตอบมาว่า กินไม่ได้ก็ต้องกินเพราะต้องกินแล้วจะได้เอาแรงไปทำงาน กินเพื่ออยู่ หรือกินกันตายอย่างนั้น ในระหว่างที่กำลังสนทนากับแม่ที่กำลังป้อนข้าวลูกน้อยอยู่นั้น เด็กน้อยชาวพม่าได้เหลือบตามามองยังถุงลองกองที่ซึ่งผมกำลังถืออยู่นั้น ผมมองสบตาเด็กน้อยอยู่เพียงอึดใจก็เลยตัดสินใจส่งถุงลองกองให้ไปแล้วแบงค์เพื่อนผมก็มองหน้าเหมือนรู้กันว่าทำถูกแล้ว  หลังจากนั้นอีกไม่กี่อึดใจแบงค์ก็พูดว่าไล่มดไปให้หมดแล้วก็ย้ายที่นั่งมานั่งตรงที่ไม่เปียกแล้วก็ปลอกลองกองให้ลูกกิน หลังจากนั้นผมก็เดินออกจากตรงนั้นไป  หลังจากที่เดินออกมานั้นภายในใจของผมยังคิดอยู่เลยว่านี่หรือที่เรียกว่าแรงงานที่เข้ามาช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาขายแรงงาน แต่สภาพความเป็นอยู่ไม่ต่างไปกับขอทานดีๆนี่เอง ทำไมคนจ้างหรือเจ้านายไม่ดูแลสภาพความเป็นอยู่ให้ดีกว่านี้ หรือเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนต่างด้าว แล้วคนต่างด้าวไม่ใช่คนหรือไง? คำถามเหล่านี้มันก็วงวนไปมาอยู่ในหัวของผม แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปมันก็หายไปกับเวลาเมื่อผมได้เจอกับทีวีและนั่งเล่น Internet  การท่องโลก Internet เริ่มเกิดขึ้นแล้ว หน้าจอคอมพิวเตอร์ตอนนี้เต็มไปด้วยโปรแกรม  Msn Hi5 Facebook เม้มไป เม้มมาคุยไปคุยมา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันทำให้ผมนั่งจดจ่ออยู่ได้อย่างไงวันทั้งวันก็อยู่ได้  เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ เกือบวันที่ผมนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซื้อแบงค์เพื่อนผมมันก็นอนหลับแบบปลุกไม่ตื่นแล้ว เพราะเวลาในตอนนี้ก็ประมาณ ห้าทุ่มแล้ว ผมได้ยินเสียงน้าของแบงค์ซึ่งชื่อว่าน้าชัย(นามสมมุตินะครับ) เป็นลูกคนที่สองลองจากแม่ของแบงค์  น้าชัยเป็นคนคุมงานทั้งหมดหรือพูดง่ายๆก็คือเจ้าของกิจการที่บ้านนั่นเอง ผมได้ยินเสียงน้าชัยโวยวายดังมาก ว่ากะละมังที่ใส่ปลากระเบนหายไปไหน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงของชาวพม่าผู้ชายพูดแบบไม่ชัดว่า ม่ะรู้คับ อย่างเบาๆแบบเกรงกลัว และก็ได้ยินเสียงแข็งกระด้างอย่างน่าเกรงขามว่า อย่าให้กูรู้นะว่าใครขโมยไปไม่งั้นกูเอาตาย! ตายเลยหรือ ผมสะดุ้งตกใจ แต่ก็ไมได้คิดไรมากและก็คิดไปว่าอาจจะเป็นคำขู่ของน้าชัยเพื่อที่จะได้ปกครองดูแลลูกน้องของเขา และเรื่องนี้ผมก็ลืมไปพร้อมกับการหลับ วันต่อมาประมาณเที่ยงๆผมกับแบงค์ตื่นมา เปิดเพลงฟังกันอย่างเมามัน ซึ่งผมก็ลืมเรื่องเมื่อคืนไปอย่างสิ้นเชิง จนไปอาบน้ำเสร็จแล้วมานั่งกินข้าว แบงค์เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนมีคนงานขโมยกะละมังใส่ปลากระเบนไปสามสิบกว่าใบไปขาย น้าชัยโมโหมาก และน้าแกก็รู้ตัวแล้ว! ทันใดนั้นผมจึงถามสวนขึ้นว่า แล้วน่าว่าไง ส่งตำรวจเลยป่าว แบงค์ด่าสวนผมกลับว่า มึงจะบ้าหรือส่งตำรวจบ้านกูก็โดนจับดิ เออจริงของมันเน๊าะ แล้วน้าเขาเอาไง มันบอกผมว่าไม่รู้ดิแล้วมันก็ตัดบทไปว่าเออมึงกินข้าวต่อไปเต้อ ผมก็กินข้าวต่อไปอย่างอร่อย และสายตาคู่นี่ของผมก็เหลือบไปเห็น น้าชัยถือปืนสั้นจำไมได้ว่าขนาดไหนเพราะไม่มีความรู้เรื่องปืนกลไกอะไร  ผมเหลือบตาไปมองแบงค์มันกำลังซดน้ำแกงอย่างอร่อย มันก็เงยหน้ามามองผม มันคงรู้ว่าผมคงคิดอะไร มันบอกว่ากินข้าวอิ่มแล้วเดี่ยวกูบอก กินต่อไป  เออ! เป็นเสียงของผมที่ตอบมันออกมาในขณะนั้น หลังจากที่ผมกินข้าวเสร็จแล้วก็รีบออกมาที่หน้าบ้าน เพื่อจะตามเรื่องดังกล่าวแหละ เห็นน้าชัยพาแรงงานพม่าขึ้นรถกระบะไปสองคนเป็นผู้ชายวัยรุ่น น่าจะอายุประมาณ 23 -24 แต่แลหน้าแก่อาจจะทำงานหนักหน้าเลยแก่  ผมเลยถามแบงค์ว่าเค้าจะไปไหนกันในใจคิดว่าอาจจะไปล่าสัตว์กันมังเห็นเอาปืนไปด้วย  ไอ้แบงค์บอกว่าอยากรู้ป่ะล่ะ เดียวกูพาไปดู ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผมจึงรีบตอบตกลง แบงค์วิ่งไปที่ลานจอดรถขับมอไซด์คันคู่ใจออกมาผมรีบซ้อนไป ห่างจากบ้านไปประมาณ เกือบสามกิโลเมตรได้ ผมเห็นรถน้าชัยแหละ แหละผมกับแบงค์ก็เดินเข้าไปใกล้ๆรถน้าชัย  แต่ไม่เห็นน้าชัย แต่แบงค์บอกว่าให้เดินไปทางซ้ายมือพร้อมกับในมือมันคุยโทรศัพท์กับน้าชัยอยู่  ทันใดนั้นผมสะดุ้งขึ้นมาอย่างแรงเพราะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งที และห่างจากนั้นประมาณไม่ถึงนาทีก็ได้ยินเสียงนัดที่สองตามมา นัดแรกผมไม่รู้ว่ามันเสียงปืนยิงอะไรแต่นัดที่สองเนี๊ยได้ยินทั้งเสียงและได้เห็นทั้งภาพ คนคนหนึ่งถูกยิ่งต่อหน้า และล้มลงไประยะห่างจากจุดที่ผมยืนประมาณ 20 เมตรได้ ร่างนั้นถูกยิงแล้วก็ลมลงกับพื้นนัดเดียวจ่อที่หัวเสร็จสิ้นพอดีกับการเป็นแรงงานพม่าในชาตินี้ หลังจากนั้นน้าชัยได้ใช้เท้าเขี่ยแรงงานพม่าที่มีแต่ร่างที่ไร้วิญญาณนั้นลงเขาไปและภาพข้างล่างนั้นก็เป็นทะเลมีความสูงมาก ภาพที่ผมเห็นนั้นเห็นคนนอนคว่ำหน้าลอยอยู่ในน้ำ มือสั่น ใจสั่น ปากสั่น ไม่เคยเห็นคนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาอย่างนี้มาก่อนเลยตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่เกิดมาและผมก็คิดว่าคงจะมีคนหลายๆคนที่เป็นเหมือนกับผม ผมยังตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เลยมารู้ตัวอีกที่ก็นั่งอยู่บนรถที่แบงค์มันขับให้ซ้อนแล้ว พอเวลาผ่านไปผมก็เริ่มมีสติมา  เมื่อสติมาปัญญาเลยเกิดครับ ผมเลยถามแบงค์ว่าทำไมต้องฆ่าคนด้วย แบงค์บอกว่าน้าชัยเคยบอกว่าต้องเชือดไก่ให้ลิงดู เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วคนงานที่เหลือมันก็จะทำพฤติกรรมแบบนี้อีก  พฤติกรรมแบบนี้อีก! คือไรหว่างงอีก ผมถามว่าพฤติกรรมอะไร ก็มันขโมยกระละมังปลากะเบนไง เอ้า! สองคนที่เมื่อกี้คนขโมยหรอ เออดิเพิ่งรู้หรือ มันถามสวนผมขึ้นมา ก็เออดิว่ะ! หลังจากนั้นการสนทนาบนรถมอไซด์ของเราก็จบลง คราวนี้แหละครับการสนทนาของตัวของผมเองจึงเริ่มขึ้น คนพม่าสองคนที่ถูกยิงไปเขาไม่ใช่คนหรอ? ถึงได้ฆ่ากันง่ายดายขนาดนั้น? เพียงที่เขาเป็นคนพม่าใช่ไหมถึงได้ฆ่าได้? แล้วความเป็นคนไทยที่แสดงว่าเราเป็นคนไทยอยู่ตรงที่ได?หรือคนต่างจากคนสองคนนั้นอยู่ที่บัตรประชาชนหรือ? อยู่ที่คำว่าสัญชาติไทย?  นับถือศาสนาพุทธ? แค่นั้นงั้นหรือ ไม่มีทางเลือกอื่นหรือที่จะต้องไปฆ่าคนสองนั้น? ทำไมไม่ไล่ออก แล้วถ้าไล่ออกแล้วเขาอาจจะแค้นแล้วจะกลับมาทำร้ายคนในครอบครัวอีก? 


ภาพจาก

โอ๊ยยิ่งคิดยิ่งมึนและปวดหัว  ปัญหาแรงงานต่างด้าวมันเป็นปัญหาสังคมที่แก้ไม่จบไม่สิ้น มีทุกปีว่ามีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาในเมืองไทยมาทำงาน มาแย่งงานคนไทยทำ แล้วถามหน่อยงานนั้นนะคนไทยทำไหม ส่วนน้อยมากที่จะทำ  แต่ถึงอย่างไรก็ตามการเข้ามาแบบไม่ถูกต้องลักลอบเข้ามานั้นก็ถือว่าผิดกฎหมาย ถ้านายทุนนายจ้างก็ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายพาลูกน้องแรงงานของท่านไปขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างชาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย และให้สวัสดิการ การเลี้ยงดู ความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเขา ทำกับเขาให้เหมือนกับว่าเขาก็เป็นเพื่อนมนุษย์คนนึ่งที่ได้มาเป็นตัวแสดงละครในโรงละครแห่งโลกใบนี้ ผมเชื่อนะว่าภัยปัญหาที่มาจากแรงงานต่างชาติ ต่างด้าวที่เป็นปัญหาสังคมอาจจะลดน้อยลงไปได้ เพราะพวกเขามีความรัก ได้ค่าตอบแทน ได้ทำในสิ่งที่เข้ามีจุดมุ่งหมายที่เดินทางเข้ามา  ถามหน่อยไม่มีใครที่ไหนหลอกอยากจะจากบ้านจากเมืองมาอยู่กับคนต่างชาติ ต่างดินแดน….







14 ความคิดเห็น:

  1. คงต้องบอกว่า นี่เหรอค่าของชีวิตคนจน

    ตอบลบ
  2. นายจ้างสามารถที่จะวงการชีวิตลูกจ้างได้หรือ

    ตอบลบ
  3. เล่าได้เห็นภาพมากเลยครับ น่าจะเป็นนักเขียนได้เลยครับ

    ตอบลบ
  4. จะรวยหรือจนก็เป็นคนเหมือนกันมีค่าเท่ากันค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ความรวยหรือจนแต่อยู่ที่การกระทำที่แสดงออกมา
    บทความนี้ชัดเจนดีคับ

    ตอบลบ
  5. พี่หรีดไปเที่ยวระนองมาหรอออ ไม่เห็นชวนเลยยย ...ปีใหม่กลับป่าวเนี๊ย
    ปล.ฟ้า

    ตอบลบ
  6. ตอบ คห 2 นายจ้างเป็นแค่นายที่ต้องจ้างและจ่ายเงินให้กับลูกน้องและก็ดูแลสวัสดิการเท่านั้นเอง แต่การที่จะมาตัดสินลูกน้องหรือลูกจ้างด้วยชีวิตเป็นสิ่งที่ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทยเลย

    ตอบลบ
  7. ตอบ คห 3 ก่อนอื่นต้องขอบคุณก่อนสำหรับคำชมนะครับ มันเป็นประสพการณ์การจริงอ่ะครับ เลยเขียนออกมาได้อย่างที่เห็นแหละครับ อย่าไรก็ขอให้ติดตามบทความของผมต่อไปนะครับว่างๆจะมาเขียนใหม่ครับ

    ตอบลบ
  8. ตอบ คห 4 ค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ความรวยหรือจนแต่อยู่ที่การกระทำที่แสดงออกมา<<<< ถูกต้องเลยครับ จะจนหรือจะรวยค่าของคนอยู่ที่การกระทำ ความดีเท่านั้นแหละครับที่มีค่าและอยู่คู่กับตัวเราไปตลอด

    ตอบลบ
  9. ลองคิดในมุมกลับกันเป็นมุมของนายจ้างดูนะ

    ว่าถ้าเราเป็นนายจ้างเราอยากจะนำลูกจ้างไปขึ้นทะเบียนหรอ

    ถ้าขึ้นทะเบียนแล้วค่าจ้างขึ้นตามไปด้วย

    ใครก็อยากได้ลูกจ้างค่าจ้างถูกๆทั้งนั้น

    เราควรมองในสองแง่มุมนะค่ะ อิอิ

    ตอบลบ
  10. น่าสงสารจัง...
    โหดร้ายอ่ะ
    ถึงจะเปงพม่าแต่ก้อเปงคนนะ
    ทำรัยม่ายคิดถึงครอบคร้วและคนที่อยู่ทางบ้านขอลคนอื่นมั่งเลย
    ลองคิดดูในมุมกลับกันนะถ้าเปงตัวเองจะทัมยังงัย

    ตอบลบ
  11. น่าสงสารเค้านะครับ สู้อดทนห่างบ้านเมืองเสี่ยงชีวิตมาทำงาน เฮ้อๆๆๆ

    ตอบลบ
  12. เกี่ยวกับเรื่องแรงงานพม่า ก้อยังคงหาทางออกที่จะแก้ไขปัญหาไม่ลงตัว คงต้องใช้เวลาอีกนาน มีปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ยังคงเป็นตัวแปรที่สำคัญ

    ตอบลบ
  13. โอ้วววววววว.......โลกนี้มีทั้งด้านบวกเเละด้านลบ มีการเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด ทำไมต้องเห็นชนชาติที่ด้อยกว่า เป็นทาสเราเสมอ คิดจะทำอะไรก็ได้หรอ ถึงเค้าจะเป็นเเรงงานต่างด้าว เค้าก็คน เราก็คน ใช้งานเค้าเพื่อเบาเเรงเรา ทำให้เรามีฐานะที่ดีขึ้น เเต่เหตุใด ผลตอบเเทนที่เเรงงานพม่าได้รับ มีเพียงภาชนะใส่อาหารที่ผุพัง พร้อมอาหารที่ขาดคุณประโยชน์เช่นนั้น

    ตอบลบ
  14. ขอบคุณคนเลยนะครับที่เข้ามาอ่านบทความผม

    ตอบลบ