วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Tokyo Sonata :-เรื่องที่เศร้าๆที่ครอบครัวเตลิด



Tokyo Sonata
                        ปกติแล้วในส่วนตัวนั้นก็เป็นคนชอบดูหนังหรือภาพยนตร์ในแนว ดราม่าอยู่แล้ว ชอบละครที่เกี่ยวกับชีวิต ซึ่งนอกจากภาพยนตร์แล้วก็ยังชอบอ่านหนังสือประเภทนี้ด้วย ตัวอย่างเช่นเข็มทิศชีวิต เป็นต้น  เพราะว่าภาพยนตร์หรือหนังสือประเภทนี้นั้นจะสอดแทรกคติธรรม การดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเรื่องการเรียน การทำงาน การใช้ชีวิตกับคนรอบข้างเพื่อนร่วมงาน เพื่อนร่วมห้อง ตลอดจนเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวหนังแนวประเภทนี้ผมก็ดูมาเยอะนะทั้งที่เป็นในส่วนของภาพยนตร์ หรือละครจากจอแก้ว ก็ตาม  “Tokyo Sonata” ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าการใช้ชีวิตของครอบครัว เมื่อชีวิตคู่เดินทางมาถึง ณ จุดหนึ่งที่ไม่เป็นจุดที่ไม่พึงปรารถนาของครอบครัว ซึ่งก็จะนำเสนอภาพภาพของผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวก็คือพ่อ และลองลงมาก็คือผู้เป็นแม่ที่จะต้องแก้ไข้ปัญหาอย่างไร และลูกก็จะรับผลกระทบอย่างไร และนอกจากครอบครัวล่ะ คนรอบข้าง สังคมจะทำอย่างไรถ้ามันเกิดปัญหาอย่างในภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Sonata  และมันเกิดขึ้นจริงไม่ใช่ในภาพยนตร์ พวกคุณและผมจะรับปัญหา และหาทางที่ดีที่สุดสู่ครอบครัวของคุณหรือครอบครัวของผม ลองคิดดูเอานะครับ!


ภาพจากhttp://www.fortissimo.nl/images
/films/TOKYOsm.jpg
                สิ่งที่ได้จากการชมภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นถามว่าเมื่อเราดูภาพยนตร์จบหนึ่งเรื่องแล้วเราได้อะไร นอกเหนือจากคำตอบที่ว่า ความสนุก ความบันเทิงใจ ความ
เมื้อยล้า ความเบื่อจากการหงุดหงิดคิดว่าไม่น่าเสียเงินมาดูหนังเรื่องนี้เลย และอารมณ์หลายๆอารมณ์ที่เกิดมาจากการชมภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน ต่างคนต่างชอบไม่เหมือนกัน แต่เมื่อได้ชมภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Sonata แล้วนั้นผมคิดว่าสิ่งที่ได้จากเรื่องนี้นั้นนอกเหนือจากการชมนักแสดงนำชายนักแสดงนำหญิงที่หล่อและสวยหรือไม่นั้นก็ตาม แต่สิ่งที่ได้นอกเหนือจากสิ่งเหล่านี่นั้น คือ ชีวิตครอบครัว เมื่อเจอปัญหาแล้วจะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร ปัญหามันอยู่กับเราตลอดเวลา เคยฟังเพลงๆหนึ่งของ Lenka  ชื่อเพลงว่า Trouble is a Friend ซึ่งเนื้อเพลงนี้นั้นถ่ายทอดผ่านผู้หญิงคนหนึ่งแม้ว่าเธอจะทำอะไรก็ตามเธอก็พบเจอแต่ปัญหาตลอด จนเธอคิดว่าเธอมีปัญหาเป็นเพื่อนที่คอยติดตามตัวเธอ Ok. เข้าเรื่องต่อสำหรับภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Sonata ต่อดีกว่าครับ ปัญหาครอบครัว ที่เราได้เห็นในหนังเรื่องนี้นั้น เป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาจากหนังคือจะพูดง่ายๆก็คือ สิ่งที่เป็นแก่นกลางของหนังเรื่องนี้นั้น คือพยามจะมองบอกว่าเมื่อเกิดปัญหาของครอบครัวแล้วผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวจะทำอย่างไร คนในครอบครัวจะทำอย่างไรไม่ใช่จะเป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวอย่างเดียวที่จะแก้ไข้ปัญหานั้นเป็นแต่ผู้เดียว แน่นอน! หนังเรื่องดังกล่าวเป็นหนังที่ถูกสร้างขึ้นภายใต้บริบทของสังคมประเทศญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับผู้ชายที่เป็นหัวหน้าครอบครัวและภายใต้สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่มีการแข็งขันกันอย่างสูงแพ้คัดออก และก็แพ้คัดออก เรื่องตกงานของหัวหน้าครอบครัวผู้ที่เป็นพ่อนั้นก็ไม่กล้าบอกครอบครัวสืบเนื่องมาจากพ่อเป็นผู้เงียบขรึมที่โดนไล่ออกจากงานแต่ไม่กล้าบอกให้คนอื่นทราบ แม่เป็นแม่บ้านที่ไม่เคยใส่ใจความปรารถนาของตัวเอง ลูกชายคนโตเคว้งคว้างจนไปสมัครเป็นทหารไปรบที่อิรัก ส่วนลูกชายคนเล็กก็แอบพ่อแม่ไปเรียนเปียโน เพราะกลัวโดนดุ ด้วยพล็อตที่ฟังดูง่ายๆ เช่นนี้ แต่ Tokyo Sonata กลับแสดงให้เห็นภาพรวมของสังคมโลกที่นับวันจะ "เข้าอกเข้าใจ" กันยากมากขึ้น พวกเราสื่อสารและห่วงใยกันน้อยลง รวมถึงแสดงความรักกันไม่เป็น ต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างทำหน้าที่ ความว้าเหว่ของคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นตัวแม่บ้านเองก็ตาม ลูกเองก็ดี เกิดช่องว่างตรงนี้จึงทำให้เกิดเป็นปัญหาของครอบครัวตามมา  สิ่งเหล่านี้แหละที่เราได้จากหนังเรื่องนี้ ได้สะท้อนเห็นปัญหาว่าถ้าเราไม่คุยกันแล้ว ไม่เข้าอกเข้าใจกัน ปัญหามันก็จะเกิด คนที่กำลังคิดที่จะสร้างครอบครัว หรือจะแต่งงานในเร็ววัน ควรดูหนังเรื่องนี้ แล้วนำมาเป็นสิ่งคอยเตือนใจตัวเองเสมอว่า ครอบครัวต้องมีความรักความอบอุ่นซึ่งกันแหละกัน ต้นไม้ยังต้องหมั่นพรวนดิน ครอบครัวก็ต้องหมั่นให้ความรักความอบอุ่นเช่นเดียวกัน..

ภาพจาก http://t0.gstatic.com/
           ถ้าหากเราลองมองในด้านที่เป็นวิชาการแล้วนั้น เราจะหาแนวคิดหรือทฤษฎีอะไรมาเป็นตัวอธิบายจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากภาพยนตร์เรื่อง  Tokyo Sonata ในส่วนตัวของผมแล้วคิดว่าน่าจะนำทฤษฎีนี้มาอธิบายนะครับ  แนวคิดทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่ของครอบครัว  ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักความหมายของมันก่อนนะครับว่ามันคืออะไร ความหมายของโครงสร้างและหน้าที่ของครอบครัว นักวิชาการให้ความหมายของโครงสร้างครอบครัว (Family structure) ว่า หมายถึง องค์ประกอบย่อยของบุคคลที่มาอยู่รวมกัน (ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป) ในลักษณะครัวเรือนและมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันโดยสายโลหิตหรือกฎหมาย รวมทั้งมีการดำเนินชีวิตร่วมกัน และมีการพึ่งพากันทางสังคมและเศรษฐกิจ
  ส่วนหน้าที่ของครอบครัว (Family function) หมายถึง กิจกรรมหรืองานที่สมาชิกในครอบครัวควรกระทำตามบทบาทหรือสถานภาพในครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวสามารถดำเนินชีวิตครอบครัวไปได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ ครอบครัวจะมีหน้าที่ต่อสมาชิกในครอบครัวในการตอบสนองความต้องการของสมาชิกในครอบครัว และยังมีหน้าที่ของครอบครัวต่อสังคมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสังคมในการทำประโยชน์เพื่อสังคมด้วย
เมื่อเรารู้ความหมายของโครงสร้างและหน้าที่ของครอบครัวไปแล้วนะครับ ผมก็ขออธิบายต่อไปในส่วนขององค์ประกอบของโครงสร้างของครอบครัวต่อเลยนะครับว่า องค์ประกอบโครงสร้างของครอบครัว ลักษณะความสัมพันธ์ขององค์ประกอบย่อยภายในครอบครัวที่มีผลต่อโครงสร้างของครอบครัว คือ
                      โครงสร้างบทบาท (role structure) หมายถึง พฤติกรรมของบุคคลที่บ่งชี้ถึงสภาพที่ตนดำรงอยู่ บทบาทและสถานภาพจะเป็นเหมือนต้นแบบในการหล่อหลอมพฤติกรรมของบุคคล โครงสร้างบทบาทภายในครอบครัวที่สำคัญจำแนกเป็นบทบาทเชิงเครื่องมือ (expressive role) โดยบทบาทเชิงเครื่องมือเป็นบทบาทเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจภายในครอบครัว และความรับผิดชอบโดยตรงต่อการแสวงหาสิ่งจำเป็นหรือทรัพยากรสำหรับเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบทบาทของสามีหรือพ่อ และบทบาทเชิงอารมณ์เป็นบทบาทเกี่ยวกับการเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งการให้การสนับสนุนด้านจิตใจ  ครอบครัวที่ดีจำเป็นต้องมีโครงสร้างบทบาทที่ชัดเจน สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิก และสอดคล้องกับความต้องการของครอบครัว มีผลทำให้สมาชิกในครอบครัวได้รับการตอบสนองความต้องการได้ด้วย ซึ่งจากในภาพยนตร์เรื่อง ToKyo Sonata นั้น เมื่อพูดถึงในส่วนของโครงสร้างของบทบาทแล้วนั้น ผู้ที่เป็นพ่อนั้นสามารถที่จะทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี มองจากอุปกรณ์เรื่องมือเครื่องใช้ภายในบ้านก็มีครบ มีอยู่ฉากหนึ่งที่ผู้เป็นแม่นั้นพูดกับผู้เป็นสามีว่า สงสัยเราต้องได้ซื้อเตาอบชิ้นนี้ใหม่แล้ว ซึ่งผู้เป็นภรรยาเป็นคนพูดกับสามีของตนนั้นก็เพราะว่าสามีเป็นคนหาเงิน และต้องให้เงินกับภรรยาและก็มีอีกฉากหนึ่งที่ สามีพูดว่านีคุณ เงินเดือนนี้ และพร้อมกับส่งซองเงินให้ภรรยา  และในส่วนบทบาทของผู้เป็นภรรยานั้นก็นำเอาเงินมาให้เป็นค่าอาหารกลางวันแก่ลูกและก็ทำอาหาร คอยดูแลเรื่องอาหาร ความสะอาดของบ้านตนเอง
ภาพจาก http://img.bollywoodsargam.com/albumsbolly
/Tokyo_Sonata_Movie
  ระบบค่านิยม (value system) ระบบค่านิยมเป็นระบบความคิด ความเชื่อ และเจตคติที่เกิดจากการเรียนรู้ในครอบครัว และอาจมีอิทธิพลมาจากสิ่งแวดล้อมภายนอกครอบครัว มีการถ่ายทอดจากคนรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นหลัง โดยทั่วไปบุคคลจะได้รับอิทธิพลจากการปลูกฝังค่านิยมจากครอบครัวค่อนข้างมากกว่าแหล่งอื่นๆที่มีอิทธิพล เช่น โรงเรียน ศาสนา ชุมชน เป็นต้น โครงสร้างของระบบค่านิยม ชี้ให้เห็นหลักในการดำเนินชีวิตครอบครัว ถ้าครอบครัวมีระบบค่านิยมที่คล้ายกับสังคมใหม่ ครอบครัวนั้นจะอยู่ในชุมชนได้อย่างราบรื่น จะทำให้ครอบครัวเข้ากับบุคคลภายนอกครอบครัวได้ง่าย  ญี่ปุ่นเป็นประเทศทีมีการแข่งขันสูง สภาพของสังคมเต็มไปด้วยการแข็งขัน แพ้คัดออก อยู่ตลอดเวลา การทำงานก็มีแต่การทำงานและก็ทำงานการปฎิสัมพันธ์กันในที่ทำงานก็ยาก ต่างคนต่างก็ทำงาน สภาพคนเร่งรีบแข็งขันตบอดเวลา  ( สิ่งที่พูดมานี้นั้นเรามองเห็นจากภาพยนตร์เรื่องนี้นะครับ ) แต่ผมก็เชื่อนะว่าสังคมปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือญี่ปุ่นเองก็เป็นแบบในภาพยนตร์นั้นแหละ คือกันแหละ สภาพแบบนี้มันทำให้เกิดความชิดไงครับ ทำงานอยู่ในที่ทำงานก็ได้แต่ทำงาน กลับบ้านก็กินแล้วก็พักผ่อน ไมมีเวลาที่จะมานั่งพูดคุยกับเรื่องครอบครัว เรื่องลูกเรื่องเต้า เห็นได้ชัดจากหนังเรื่องนี้เมื่อพ่อมาถึงบ้านก็มาทานข้าว แต่ก่อนจะทานข้าวผู้เป็นพ่อพูดออกมาว่า เออ อยากทานเบียร์และผู้เป็นภรรยาบอกว่าเดี่ยวไปหยิบให้ แต่สามีบอกว่าไม่ต้องเดี่ยวไปหยิบเอง และก็มานั่งรินเบียร์แล้วก็ไม่พูดจาอะไร คนทั้งครอบครับก็รอการทานข้าวอยู่ สิ่งเหล่านี้มันได้มาจากค่านิยมของสังคมหรือสภาพของสังคมที่ต้องรีบ ต้องแข็งขันในการทำงานแม้แต่กลับมาบ้านซึ่งเป็นครอบครัว ก็ยังติดค่านิยมแบบนั้นอยู่เพราะมันเคยชิน.
                                         กระบวนการสื่อสาร (Communication Process) การอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด เช่น ครอบครัวจำเป็นต้องมีการสื่อสารที่ดี เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างสมาชิก การสื่อสารเป็นกระบวนการร่วมรับรู้ข่าวสาร ความคิดเห็น ค่านิยม ตลอดจนอารมณ์ ความรู้สึก ของบุคคลและผู้อื่น และเป็นวิถีทางที่จะทำให้รู้จักตนเองและผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น การสื่อสารอาจเป็นการใช้ถ้อยคำหรือไม่ใช้ถ้อยคำประกอบกันไปก็ได้ ครอบครัวที่มีการสื่อสารที่ดีจะสามารถทำหน้าที่ต่างๆได้ดี เพราะการสื่อสารที่ดีจะทำให้สมาชิกมีความเข้าใจ ยอมรับความคิดเห็นและเหตุผลที่แตกต่างกัน ปรับพฤติกรรมเข้าหากันได้อย่างเหมาะสม ทำให้มีความราบรื่นในการดำเนินชีวิตครอบครัว แต่ถ้าครอบครัวมีการสื่อสารไม่ดี เกิดความไม่เข้าใจกัน ระแวง ไม่มั่นใจ ไม่สามารถปรับพฤติกรรมเข้าหากันได้ เพราะสมาชิกไม่สามารถบอกให้ฝ่ายหนึ่งรู้ถึงความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองได้  ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของครอบครัว และอาจทำให้เกิดความแตกแยกในครอบครัวขึ้นได้ ข้อนี้ผมถือว่าเป็นกุญแจสำคัญของหนังเรื่องนี้เลยนะครับ พ่อตกงาน แต่ไม่กล้าบอกครอบครัว ภรรยา และลูกๆของตน จึงเกิดเรื่องราวบานปลายไปต่างๆนาๆ ครอบครัวเตลิดไปไหนต่อไหน ToKyo Sonata พยายามจะสื่อถึงว่า เพียงแค่การไม่พูดคุยกัน ขาดการสื่อสารของคนในครอบครัวทำให้ พ่อไปทาง แม่ไปทาง ลูกไปอีกทาง ก็เห็นได้ชัดจากในหนัง พ่อรู้ว่าตัวเองปิดบังความรับไมได้แล้วเตลิดวิ่งหนีไปอย่างคนเสียสติจนถูกรถเฉียวนอนอยู่ข้างถนนเหมือนกับคนไร้ญาติ แม่ไปอีกทางจนได้เสียกับโจรที่จี้ไป ลูกชายคนเล็กหนี้ออกจากบ้าน ลูกชายคนโตเคว้งคว้างจนต้องไปสมัครเป็นทหารรบที่ตะวันออกกลาง  นี้แหละคือสิ่งที่ขาดการสื่อสารของคนในครอบครัว ถ้าคุณไม่อยากจะเป็นอยากครัวของในหนังแล้วละก็ ลองหันหน้าคุยกันกับคนรักของคน ไม่ว่าจะเป็นสามี ภรรยา หรือลูกๆของคุณ หมั่นใส่ใจและพูดคุยกัน เท่านี้แหละครอบครัวก็จะมีแต่ความรักและความเข้าใจกัน เมื่อเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตครอบครัวเราก็ยังมีเพื่อนช่วนคิด ช่วยหาทางออกดีกว่าเก็บไว้คนเดียวจริงไหมละครับ!

ภาพจาก http://3.bp.blogspot.com/_eHKK4ilcZXg/SguloLr5kOI/AAAAAAAACSk
/A6dXFdn-ep4/s400/teruyuki-kagawa-e-ryuhei-
sasaki-nel-film-tokyo-sonata-109097.jpg
 โครงสร้างอำนาจ (Power system) หมายถึง การที่สมาชิกคนใดคนหนึ่งในครอบครัวสามารถควบคุมหรือแสดงอิทธิพลต่อพฤติกรรมของสมาชิกอื่นๆในครอบครัว โดยเป็นผู้ที่ใช้อำนาจในการตัดสินใจของครอบครัว และยังมีอำนาจในการให้คุณให้โทษแก่สมาชิกในครอบครัว เช่น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก ที่ส่วนใหญ่จะใช้อำนาจในการลงโทษลูก เป็นต้น เคยได้ยินไหมครับคำที่ว่าเลี้ยงลูกด้วยความเผด็จการ ผมเชื่อว่าในสังคมไทยเรา ยังมีนะ แต่ในภาพยนตร์เรื่อง ToKyo Sonata ผู้เป็นสามี หรือพ่อ มีอำนาจควบคุณสมาชิกคนในครอบครัวอย่างเห็นได้ชัด จากกรณีที่ลูกคนเล็กจะขอไปเรียนปิ่นโนนั้นพ่อบอกว่าไม่ให้ไปเรียน มีการลงไม้ลงมือตบตี อย่างแรง บางครั้งภาพก็อาจจะแรงไปนะในฉากนี้อะ แต่มันก็มีเกิดขึ้นจริง ในสังคมเนาะ หนังเรื่องดังกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างทางอำนาจของผู้เป็นพ่อได้ชัดเจน
                       องค์ประกอบหน้าที่ของครอบครัว  ครอบครัวมีหน้าที่ในการตอบสนองความต้องการของสมาชิกในครอบครัว คือ    หน้าที่ของความรักความเอาใจใส่ (Affective function) หมายถึง ในการตอบสนองความต้องการด้านจิตใจของสมาชิก แสดงออกโดยการให้ความรัก ความอบอุ่น ความเอาใจใส่แก่สมาชิก เพื่อให้สมาชิกมีสุขภาพจิตดี มีบุคลิกภาพมั่นคง จากภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนั้นนะ มองในตัวของผู้เป็นแม่ที่เอาใจใส่ในการทำอาหารให้ลูกๆและสามี ตลอดจนเป็นคนปลอบลูกทุกอย่างยามที่ลูกมีปัญหากับพ่อ ทั้งเช่นในเรื่องของลูกชายคนโตที่จะไปสมัครเป็นทหารที่ตะวันออกกลาง ตอนที่แรกพ่อไม่ยอมทำอย่างไรก็ไม่ยอม ผู้เป็นแม่โดยธรรมชาติแล้วผู้หญิงจะมีนิสัยที่อ่อนโยนแบบไม่รุ่นแรงเหมือนกับผู้ชายดังนั้นจึงใช้ความอ่อนโยน ความรักของผู้เป็นแม่ช่วยในการคลีคลายปัญหาต่างๆของผู้เป็นพ่อกับลูกได้แทบทุกเรื่องจากในภาพยนตร์เรื่องนี้  
                                หน้าที่ในการอบรมเลี้ยงดู (Socialization function) หมายถึง หน้าที่ในการพัฒนาแบบแผนพฤติกรรมที่ต่อเนื่องตลอดชีวิตของสมาชิก เพื่อเป็นการปลูกฝังส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีงาม  การวางตนตามบทบาทหน้าที่เหมาะสม  การเรียนรู้ระเบียบทางสังคมและวัฒนธรรม  ซึ่งจะทำให้เด็กพร้อมที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณภาพในอนาคต ถือได้ว่าเป็นกระบวนการปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องที่ทำให้บุคคลตอบสนองสถานการณ์ในสังคมตามต้องการ อันเป็นผลมาจากการเรียนรู้บทบาทในสังคม และได้ปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ซึ่งกระบวนการทางสังคมนี้ไม่ได้หมายถึงการอบรมเลี้ยงดูเด็กเท่านั้น  แต่เป็นกระบวนการที่เกิดกับคนทุกวัย  ตั้งแต่เกิดจนถึงวัยสูงอายุ  ในการปรับบรรทัดฐาน ความเชื่อ ค่านิยมของตนอย่างต่อเนื่อง  จากภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะเห็นจากการที่ผู้เป็นพ่อถามภรรยาตัวเองถึงลูกชายคนโตว่า กลับบ้านหรือยัง คงไม่ไปก่อเรื่องที่ไหนอีกนะ เรื่องการเรียน ของลูกคนเล็กพ่อถามถึงว่าใกล้จะสอบไล่แล้วให้ตั้งใจหน่อย  เรื่องของมารญาติในการรับประทานอาหารต้องรอให้พร้อมหน้าพร้อมตากันชะก่อน ถึงจะรับประทานได้
                                   หน้าที่ในการผลิตสมาชิกใหม่ (Reproductive function) หมายถึง หน้าที่ในการสร้างหรือในการผลิตสมาชิกใหม่ให้กับครอบครัว ทำให้สังคมมีจำนวนสมาชิกในสังคมเพิ่มขึ้น เป็นหน้าที่ในการสืบเผ่าพันธุ์เชื้อสายของมนุษย์ สำหรับครอบครัวหน้าที่นี้เป็นการสืบสกุลให้ครอบครัวดำรงต่อไป  

ภาพจากhttp://m.wsj.net/video/20090306/030509tokyosonata/030509tokyosonata_512x288.jpg
     หน้าที่ในการเผชิญปัญหาของครอบครัว (family coping function) หมายถึง หน้าที่ในการจัดการและคลี่คลายวิกฤติต่างๆ ในครอบครัวในทางสร้างสรรค์ เพื่อคงไว้ซึ่งสมดุลภายในครอบครัว ทั้งนี้ เนื่องจากตลอดการดำเนินชีวิตครอบครัว  ครอบครัวจะถูกรบกวนจากสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก ซึ่งอาจเป็น บุคคล สิ่งของ สถานการณ์ หรือ เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดภาวะเครียดในครอบครัว สิ่งที่อาจรบกวนความสงบสุขของครอบครัว เช่น การเสียชีวิตของคู่ครอง การหย่าร้าง การตายของญาติสนิท การเจ็บป่วยของสมาชิก การมีปัญหาทางเศรษฐกิจ เป็นต้น ครอบครัวจึงทำหน้าที่ในการเผชิญปัญหาเพื่อให้ครอบครัวสามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างต่อเนื่องตามพัฒนาการของครอบครัว  เมื่อชีวิตครอบครัวเดินผ่านมาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตครอบครัว ปัญหาชีวิตคู่ต้องมีบ้าง กระทบกระทั่งกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับปัญหาจากภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องของเศรษฐกิจของครอบครัวผู้เป็นพ่อตกงาน แต่ยังมีเงินที่ทางบริษัทให้ล่วงหน้าไว้ แต่ผู้เป็นพ่อก็เก็บความลับนี้ไว้โดยไม่บอกกลับทางบ้าน จึงเกิดปัญหาตามจนครอบครัวต้องเตลิดไปคนละทิศคนละทาง แต่ถ้าตรงกันข้ามผู้เป็นพ่อกลับบอกกับทางครอบครัวทางครัวจะให้กำลังใจและทางออกที่ดีก่านี้
                หน้าที่ในการจัดการทรัพยากรทางเศรษฐกิจ (Economic function) หมายถึง หน้าที่ในการแสวงหารายได้ที่ได้มาเพื่อนำมาใช้จ่ายอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดหาเสื้อผ้า อาหาร เครื่องนุ่มห่ม ที่อยู่อาศัย เป็นต้น จากหน้าที่ในข้อนี้ผู้เป็นพ่อที่แสดงในภาพยนตร์ก็สื่ออกมาได้อย่างเต็มที่ในเรื่องของการงานหาเงินเข้าบ้านจึงเกิดเป็นปมปัญหาตามมาที่เห็นนั้นแหละ
                หน้าที่ในการจัดหาสิ่งจำเป็นพื้นฐานทางกายภาพสำหรับสมาชิก (Provision of physical necessities) หมายถึง หน้าที่ในการจัดหาสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิตสำหรับสมาชิกในครอบครัว ได้แก่ ปัจจัยสี่ (อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย) และบริการเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย นันทนาการ และงานอดิเรก 
                ...ที่กล่าวมาด้านบนอย่างยาว หากเราลองมาพิจารณาดูว่า ถ้าเราเป็นพ่อเองแล้วเราจะทำอย่างไร ในกรณีที่ต้องเผชิญกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้า กับการตกงานในสภาพสังคมที่แข่งขันสูง สังคมแบบแพ้แล้วคัดออกนั้น ถ้าเป็นผมนะ ผมจะออกจากงาน ก็ต้องออกอยู่แหละเพราะเค้าไล่ออกแต่ก็จะไม่ปิดบังครอบครัว จะบอก บอกเพื่ออะไร ก็เพื่อที่จะได้หาทางแก้ไข้ปัญหา และหาวิธีการที่จะทำให้ได้งานหรือหนทางการหางานงานใหม่ ยิ่งถ้าครอบครัวรับรู้แล้วว่าสภาพเศรษฐกิจของครอบครัวตอนนี้มันเป็นอย่างไร ครอบครัวเผชิญกับปัญหาอะไรนั้น ผมเชื่อว่าครอบครัวจะต้องรักกันมากขึ้นและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น
                แล้วถ้ามองกลับกันอีกมุมหนึ่ง เป็นแม่ จากภาพยนตร์ Tokyo Sonata  แม่บ้านผู้ดูแลงานบ้านสาระพัด และคอยดูแลสุขทุกข์ของครอบครัว อยากได้รถเป็นของตัวเองก็ได้แต่เก็บความอยากนั้นเอาไว้ แต่ขณะเดียวกัน ก็ใฝ่หาการเอาใจใส่ของสามีอยู่ไม่น้อย เธอคือผู้หญิง เพศที่ละเอียดอ่อน เธอจะไม่เห็นสิ่งผิดปกติในตัวสามีเลยเชียวหรื แต่ถ้ามองในตัวเราเป็นแล้ว ผมว่าจากฉากที่สามีตัวเองฝันร้ายนั้น น่าจะมีเรื่องของคุยมากกว่านี้ว่าทำไมถึงฝันร้าย ทำไมเดี่ยวนี้กลับบ้านเร็ว มันเป็นคำถามที่ภรรยาน่าจะทำและก็ถามนอกจากจะเป็นคนทำอาหารและดูแลบ้านเสมอ
                ...แล้วถ้ามองว่าเราเป็นพี่ชายคนโต  ซึ่งในเรื่องนั้นเป็นคนที่กลับบ้านไม่ค่อยเป็นเวลา บุคคลที่ได้เขาไม่ค่อยได้เห็นหน้ากลับเป็นพ่อตัวเอง ขณะที่ผู้แม่กลับพบเห็นทุกคน แต่คนละเวลากัน จู่ๆ วันหนึ่ง เขาก็มาขอให้พ่อแม่ช่วยเซ็นอนุญาตให้เขาไปเป็นทหารของอเมริกา ถ้าเป็นผมทำตัวที่ดีก่านี้จะกลับบ้านให้ตรงเวลามาช่วยงานแม่ มาอยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น ความรักของครอบครัวเพิ่มความอบอุ่น คุยกับน้องชายให้มาก เพราะเป็นพี่น้องกันและเพศเดียวกันน่าจะคุยกันรู้เรื่องมากกว่า แต่ตรงกันข้าวเราจะไม่เห็นบทพูดหรือสนทนากันระหว่าพี่น้องคู่นี้เลย
                แล้วถ้ามองว่าเราเป็นลูกคนเล็ก ผู้มีอุปนิสัยค่อนข้างตรงไปตรงมา เป็นปริปักษ์กับอาจารย์คนหนึ่งในโรงเรียน แต่กลับพบว่าตนเองสนใจการเรียนเปียโน แม้พ่อจะยื่นคำขาดไม่อนุญาตให้เรียน แต่เขากลับเม้มเงินค่าอาหารกลางวันเพื่อไปเรียน แถมยังหยิบเอาคีย์บอร์ดเก่าๆ ที่เสียแล้วจากกองขยะมาแอบฝึกฝนเสียด้วย ถ้าผมเป็นลูกคนเล็ก ผมก็จะทำอย่างนั้นนะ มองในภาพของลูกคนเล็ก เพราะว่าผมก็เป็นลูกคนเล็กเหมือน อยากได้อะไรก็ได้ แต่ในภาพยนตร์นั้นไม่เคยได้อะไรตามใจเลย อยากเรียนเปียโน ก็ไม่ได้เรียนต้องแอบเอาเงินค่าอาหารกลางวันไปเป็นค่าเรียน แต่ถ้ามองอีกมุ่มหนึ่ง ถ้าเป็นน้องคนเล็ก น่าจะบอกแม่ขอแม่เพราะผู้เป็นแม่ในเรื่องนั้นดูจะเข้าข้างลูกอยู่ดังนั้นผมอาจจะเลือกบอกแม่ดีก็ได้
                หากเป็นตนเอง เมื่อถ้าครอบครัวเดินมาถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตครอบครัว เกิดเหตุการณ์อย่างภาพยนตร์ขึ้น คนในครอบครัวต้องคุยกัน ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกของครอบครัว  ในฐานะตอนนี้เป็นนักศึกษาก็จะตั้งใจเรียนทำหน้าที่และบทบาทของตนเองให้ดีที่สุด ไม่ทำตัวเพิ่มปัญหาให้กับครอบครัว พยามสร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัว หากิจกรรมให้กับครอบครัว ทำร่วมกันเพื่อที่จะได้ลดปัญหาความเครียดจากปัญหาลง
                ขอประโยคเด็ดๆ ซะประโยคก่อนจบแหละกัน อ้าวฟังนะ
ในเมื่อคุณมีปัญหาแล้วคุณไม่ปรึกษาผม ไม่เล่าให้ผมฟัง แล้วคุณจะมีผมไว้ทำไมเมื่อมีปัญหาอะไรกันเมื่อเลือกที่จะเดินร่วมทางเดินด้วยกันแล้วสร้างครอบครัวด้วยกันแล้วมีปัญหาอะไรก็คุยกันไม่ต้องปิดบัง จะได้ไม่ต้องเหมือนกันกับภาพยนตร์เรื่อง Tokyo Sonata  พ่อตกงาน ลูกชายคนโตไปเป็นทหาร ลูกคนเล็กหนีออกจากบ้าน แม่เสียศูนย์เมื่อรู้ความจริงเข้าโดยบังเอิญ
                ขอทิ้งคำถามไว้ทิ้งทายแหละกันว่า
" พ่อกับแม่แยกทางความผิดใคร ?"

……………………………
อ้างอิง
อุมาพร  ตรังคสมบัติ  จิตบำบัดและการให้คำปรึกษาครอบครัว (Family therapy of family counseling)” กรุงเทพมหานคร : ศูนย์วิจัยและบำบัดครอบครัว, 2544
                พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์ จิตวิทยาครอบครัว กรุงเทพฯ : บริษัทเท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จำกัด, 2545. 

วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

2 นัดหยุดชีวิตแรงงานต่างด้าว


จากมูลเหตุของการขยายตัวทาง ด้านเศรษฐกิจ ด้านอุตสาหกรรม และการบริการของไทย มีอัตราการเจริญเติบโตสูงขึ้นเป็นลำดับตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ความต้องการทางด้านแรงงานมีปริมาณเพิ่มตามไปด้วย และสิ่งที่ตามมา ก็คือ เกิดการจ้างงานและการเคลื่อนย้ายแรงงานเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมและการบริการมากขึ้นเป็นลำดับ ในการจ้างงานนั้นก็มีทั้งแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายแต่ถ้าเป็นแรงงานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายละ แรงงานต่างด้าวพม่า ลาว เขมร ที่แห่หลั่งไหลเข้าสู้ประเทศไทย แรงงานเหล่านี้บางกลุ่มก็ทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มมีการขับเคลื่อนไปในทางที่ดี ด้ายฝีมือและแรงงานของพวกเขา แต่ก็มีกลุ่มแรงงานบางพวกที่เขามาแล้วก่อให้เกิดปัญหาของสังคมไทย เช่น อาชญากรรม การลักขโมย ชิงทรัพย์วิ่งราว ถ้าคนพวกนี้ถูกจับได้ก็จะถูกจับตัวส่งกลับประเทศของตัวเอง

ภาพจาก
http://www.isc-gspa.org/news/View_print.asp?subjectid=255
เมื่อประมาณปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่จังหวัดระนอง การได้ไปเที่ยวในครั้งนั้นทำให้ได้อะไรหลายๆอย่างและคำถามที่เกิดขึ้นมากภายในใจ ก่อนที่จะไปถึงคำถามที่อยู่ภายในใจนั้นขอเล่าเหตุการณ์ก่อนหน้านั้นก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึงได้ตั้งคำถามเหล่านั้นขึ้นมาได้ และผมเชื่อว่า ท่านทั้งหลายที่ได้เข้ามาอ่านในบทความนี้แล้วก็คงได้เกิดคำถามขึ้นมาภายในใจเหมือนกับผมแหละครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมได้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่จังหวัดระนอง เพื่อนผมชื่อว่าแบงค์( นามสมมุตินะครับ ) เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก แบงค์ชวนผมไปเที่ยวที่บ้านของคุณตาแบงค์ที่จังหวัดระนอง ที่บ้านของคุณตานั้นมีอาชีพ การประมงครับ การทำปลากระเบน มีการลอกหางปลากระเบน และปลาอื่นๆอีกมากมายแต่ส่วนใหญ่จะเป็นปลากระเบน แรงงานของที่บ้านคุณตานั้นก็จะมีแต่พวกแรงงานพม่า (มารู้ทีหลังว่าเป็นแรงงานต่างด้าวที่ไม่ถูกตามกฎหมาย) แรงงานที่บ้านคุณตานั้นมีประมาณ 30 กว่าคนได้เท่าที่ผมนับได้ตอนนั้น สภาพที่เห็นในตอนนั้น ความเป็นอยู่ของคนพวกนี้นั้นแสนที่จะบรรยายเลย ดินที่เป็นดินทรายกับที่แฉะๆพวกเขาก็เอาเสื่อน้ำมันปูกับพื้นดินแล้วนอน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ประมาณ 30 กว่าคนต่างก็นอนที่เดี่ยวกันนี้  สภาพที่เห็นยังมีหนักกว่านั้นอีกตอนกินข้าว ผมกับเพื่อนก็ไปตลาดซื้อลองกองมานั่งกินกัน ภาพที่เห็น เห็นเด็กพม่าคนหนึ่งกับแม่ของเขากำลังนั้งป้อนข้าวให้กับลูกถ้าเป็นอาหารที่มีคุณค่าหรือน่ากินมากกว่าที่ผมเห็นอยู่ในจานข้าวก็คงไม่เป็นอะไรกระมัง ก็แค่การป้อนข้าวให้ลูกจากผู้เป็นแม่ แต่แล้วไม่ใช่อย่างที่คิด ภาพตอนนั้นที่ผมเห็นคือ จานข้าวเป็นจานสังกะสี (ผุๆ )แถมตามขอบของจานนั้นยังมีการขึ้นของสนิมอีกด้วย เหมือนจานข้าววัดอะครับ และอาหารนั้นคือ ข้าวเปล่าและข้างกายของแม่ผู้เป็นชาวพม่านั้นมีขวดซอตภูเขาทองอยู่หนึ่งขวด สภาพของขวดนั้นก็ไม่น่าให้อภัยเลย มีทั้งคราบที่เป็นสีดำๆเกาะขึ้นกังตามปากขวด แถมมีมดตัวน้อยๆเดินเป็นขบวนเหมือนคาราวารอูฐเดินจากเส้นทางสายไหมไปยังเมืองจีนเลยอย่างนั้น  แต่นี่มันเป็นคาราวารมดที่เดินลงไปยังขวดของซอตภูเขาทอง คำถามเกิดขึ้นมาในใจของผมแล้วว่า กินได้หรือนั่น แต่นี่มันเป็นเสียงที่เกิดขึ้นในใจของผม แต่เวลาผ่านไปไม่กี่ชั่ววินาที หูของผมได้ยินเสียงของเพื่อนของผมมันพูดขึ้นมาเลยว่า แล้วกินได้ไหมน่ะ ทำไมไม่ไล่มดไปเดียวก็กัดลูกหรอก คำพูดที่เพื่อนของผมพูดออกมานั้นมันเป็นคำถามเดียวกับที่อยู่ในใจของผมเลย เพียงแต่ผมไม่กล้าพูดออกไปเท่านั้น หลังจากที่ผมกำลังยื่นอึ่งกับคำพูดของเพื่อนของผมที่มันคิดเหมือนกับผมเลยนั้น เสียงการตอบของผู้เป็นแม่ชาวพม่าคนนั้นก็ตอบมาว่า กินไม่ได้ก็ต้องกินเพราะต้องกินแล้วจะได้เอาแรงไปทำงาน กินเพื่ออยู่ หรือกินกันตายอย่างนั้น ในระหว่างที่กำลังสนทนากับแม่ที่กำลังป้อนข้าวลูกน้อยอยู่นั้น เด็กน้อยชาวพม่าได้เหลือบตามามองยังถุงลองกองที่ซึ่งผมกำลังถืออยู่นั้น ผมมองสบตาเด็กน้อยอยู่เพียงอึดใจก็เลยตัดสินใจส่งถุงลองกองให้ไปแล้วแบงค์เพื่อนผมก็มองหน้าเหมือนรู้กันว่าทำถูกแล้ว  หลังจากนั้นอีกไม่กี่อึดใจแบงค์ก็พูดว่าไล่มดไปให้หมดแล้วก็ย้ายที่นั่งมานั่งตรงที่ไม่เปียกแล้วก็ปลอกลองกองให้ลูกกิน หลังจากนั้นผมก็เดินออกจากตรงนั้นไป  หลังจากที่เดินออกมานั้นภายในใจของผมยังคิดอยู่เลยว่านี่หรือที่เรียกว่าแรงงานที่เข้ามาช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยมาขายแรงงาน แต่สภาพความเป็นอยู่ไม่ต่างไปกับขอทานดีๆนี่เอง ทำไมคนจ้างหรือเจ้านายไม่ดูแลสภาพความเป็นอยู่ให้ดีกว่านี้ หรือเป็นเพราะว่าเขาเป็นคนต่างด้าว แล้วคนต่างด้าวไม่ใช่คนหรือไง? คำถามเหล่านี้มันก็วงวนไปมาอยู่ในหัวของผม แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไปมันก็หายไปกับเวลาเมื่อผมได้เจอกับทีวีและนั่งเล่น Internet  การท่องโลก Internet เริ่มเกิดขึ้นแล้ว หน้าจอคอมพิวเตอร์ตอนนี้เต็มไปด้วยโปรแกรม  Msn Hi5 Facebook เม้มไป เม้มมาคุยไปคุยมา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันทำให้ผมนั่งจดจ่ออยู่ได้อย่างไงวันทั้งวันก็อยู่ได้  เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ เกือบวันที่ผมนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซื้อแบงค์เพื่อนผมมันก็นอนหลับแบบปลุกไม่ตื่นแล้ว เพราะเวลาในตอนนี้ก็ประมาณ ห้าทุ่มแล้ว ผมได้ยินเสียงน้าของแบงค์ซึ่งชื่อว่าน้าชัย(นามสมมุตินะครับ) เป็นลูกคนที่สองลองจากแม่ของแบงค์  น้าชัยเป็นคนคุมงานทั้งหมดหรือพูดง่ายๆก็คือเจ้าของกิจการที่บ้านนั่นเอง ผมได้ยินเสียงน้าชัยโวยวายดังมาก ว่ากะละมังที่ใส่ปลากระเบนหายไปไหน หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงของชาวพม่าผู้ชายพูดแบบไม่ชัดว่า ม่ะรู้คับ อย่างเบาๆแบบเกรงกลัว และก็ได้ยินเสียงแข็งกระด้างอย่างน่าเกรงขามว่า อย่าให้กูรู้นะว่าใครขโมยไปไม่งั้นกูเอาตาย! ตายเลยหรือ ผมสะดุ้งตกใจ แต่ก็ไมได้คิดไรมากและก็คิดไปว่าอาจจะเป็นคำขู่ของน้าชัยเพื่อที่จะได้ปกครองดูแลลูกน้องของเขา และเรื่องนี้ผมก็ลืมไปพร้อมกับการหลับ วันต่อมาประมาณเที่ยงๆผมกับแบงค์ตื่นมา เปิดเพลงฟังกันอย่างเมามัน ซึ่งผมก็ลืมเรื่องเมื่อคืนไปอย่างสิ้นเชิง จนไปอาบน้ำเสร็จแล้วมานั่งกินข้าว แบงค์เล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนมีคนงานขโมยกะละมังใส่ปลากระเบนไปสามสิบกว่าใบไปขาย น้าชัยโมโหมาก และน้าแกก็รู้ตัวแล้ว! ทันใดนั้นผมจึงถามสวนขึ้นว่า แล้วน่าว่าไง ส่งตำรวจเลยป่าว แบงค์ด่าสวนผมกลับว่า มึงจะบ้าหรือส่งตำรวจบ้านกูก็โดนจับดิ เออจริงของมันเน๊าะ แล้วน้าเขาเอาไง มันบอกผมว่าไม่รู้ดิแล้วมันก็ตัดบทไปว่าเออมึงกินข้าวต่อไปเต้อ ผมก็กินข้าวต่อไปอย่างอร่อย และสายตาคู่นี่ของผมก็เหลือบไปเห็น น้าชัยถือปืนสั้นจำไมได้ว่าขนาดไหนเพราะไม่มีความรู้เรื่องปืนกลไกอะไร  ผมเหลือบตาไปมองแบงค์มันกำลังซดน้ำแกงอย่างอร่อย มันก็เงยหน้ามามองผม มันคงรู้ว่าผมคงคิดอะไร มันบอกว่ากินข้าวอิ่มแล้วเดี่ยวกูบอก กินต่อไป  เออ! เป็นเสียงของผมที่ตอบมันออกมาในขณะนั้น หลังจากที่ผมกินข้าวเสร็จแล้วก็รีบออกมาที่หน้าบ้าน เพื่อจะตามเรื่องดังกล่าวแหละ เห็นน้าชัยพาแรงงานพม่าขึ้นรถกระบะไปสองคนเป็นผู้ชายวัยรุ่น น่าจะอายุประมาณ 23 -24 แต่แลหน้าแก่อาจจะทำงานหนักหน้าเลยแก่  ผมเลยถามแบงค์ว่าเค้าจะไปไหนกันในใจคิดว่าอาจจะไปล่าสัตว์กันมังเห็นเอาปืนไปด้วย  ไอ้แบงค์บอกว่าอยากรู้ป่ะล่ะ เดียวกูพาไปดู ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผมจึงรีบตอบตกลง แบงค์วิ่งไปที่ลานจอดรถขับมอไซด์คันคู่ใจออกมาผมรีบซ้อนไป ห่างจากบ้านไปประมาณ เกือบสามกิโลเมตรได้ ผมเห็นรถน้าชัยแหละ แหละผมกับแบงค์ก็เดินเข้าไปใกล้ๆรถน้าชัย  แต่ไม่เห็นน้าชัย แต่แบงค์บอกว่าให้เดินไปทางซ้ายมือพร้อมกับในมือมันคุยโทรศัพท์กับน้าชัยอยู่  ทันใดนั้นผมสะดุ้งขึ้นมาอย่างแรงเพราะได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งที และห่างจากนั้นประมาณไม่ถึงนาทีก็ได้ยินเสียงนัดที่สองตามมา นัดแรกผมไม่รู้ว่ามันเสียงปืนยิงอะไรแต่นัดที่สองเนี๊ยได้ยินทั้งเสียงและได้เห็นทั้งภาพ คนคนหนึ่งถูกยิ่งต่อหน้า และล้มลงไประยะห่างจากจุดที่ผมยืนประมาณ 20 เมตรได้ ร่างนั้นถูกยิงแล้วก็ลมลงกับพื้นนัดเดียวจ่อที่หัวเสร็จสิ้นพอดีกับการเป็นแรงงานพม่าในชาตินี้ หลังจากนั้นน้าชัยได้ใช้เท้าเขี่ยแรงงานพม่าที่มีแต่ร่างที่ไร้วิญญาณนั้นลงเขาไปและภาพข้างล่างนั้นก็เป็นทะเลมีความสูงมาก ภาพที่ผมเห็นนั้นเห็นคนนอนคว่ำหน้าลอยอยู่ในน้ำ มือสั่น ใจสั่น ปากสั่น ไม่เคยเห็นคนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาอย่างนี้มาก่อนเลยตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่เกิดมาและผมก็คิดว่าคงจะมีคนหลายๆคนที่เป็นเหมือนกับผม ผมยังตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่เลยมารู้ตัวอีกที่ก็นั่งอยู่บนรถที่แบงค์มันขับให้ซ้อนแล้ว พอเวลาผ่านไปผมก็เริ่มมีสติมา  เมื่อสติมาปัญญาเลยเกิดครับ ผมเลยถามแบงค์ว่าทำไมต้องฆ่าคนด้วย แบงค์บอกว่าน้าชัยเคยบอกว่าต้องเชือดไก่ให้ลิงดู เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วคนงานที่เหลือมันก็จะทำพฤติกรรมแบบนี้อีก  พฤติกรรมแบบนี้อีก! คือไรหว่างงอีก ผมถามว่าพฤติกรรมอะไร ก็มันขโมยกระละมังปลากะเบนไง เอ้า! สองคนที่เมื่อกี้คนขโมยหรอ เออดิเพิ่งรู้หรือ มันถามสวนผมขึ้นมา ก็เออดิว่ะ! หลังจากนั้นการสนทนาบนรถมอไซด์ของเราก็จบลง คราวนี้แหละครับการสนทนาของตัวของผมเองจึงเริ่มขึ้น คนพม่าสองคนที่ถูกยิงไปเขาไม่ใช่คนหรอ? ถึงได้ฆ่ากันง่ายดายขนาดนั้น? เพียงที่เขาเป็นคนพม่าใช่ไหมถึงได้ฆ่าได้? แล้วความเป็นคนไทยที่แสดงว่าเราเป็นคนไทยอยู่ตรงที่ได?หรือคนต่างจากคนสองคนนั้นอยู่ที่บัตรประชาชนหรือ? อยู่ที่คำว่าสัญชาติไทย?  นับถือศาสนาพุทธ? แค่นั้นงั้นหรือ ไม่มีทางเลือกอื่นหรือที่จะต้องไปฆ่าคนสองนั้น? ทำไมไม่ไล่ออก แล้วถ้าไล่ออกแล้วเขาอาจจะแค้นแล้วจะกลับมาทำร้ายคนในครอบครัวอีก? 


ภาพจาก

โอ๊ยยิ่งคิดยิ่งมึนและปวดหัว  ปัญหาแรงงานต่างด้าวมันเป็นปัญหาสังคมที่แก้ไม่จบไม่สิ้น มีทุกปีว่ามีแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาในเมืองไทยมาทำงาน มาแย่งงานคนไทยทำ แล้วถามหน่อยงานนั้นนะคนไทยทำไหม ส่วนน้อยมากที่จะทำ  แต่ถึงอย่างไรก็ตามการเข้ามาแบบไม่ถูกต้องลักลอบเข้ามานั้นก็ถือว่าผิดกฎหมาย ถ้านายทุนนายจ้างก็ทำให้ถูกต้องตามกฎหมายพาลูกน้องแรงงานของท่านไปขึ้นทะเบียนเป็นแรงงานต่างชาติที่ถูกต้องตามกฎหมาย และให้สวัสดิการ การเลี้ยงดู ความเป็นอยู่ที่ดีให้กับเขา ทำกับเขาให้เหมือนกับว่าเขาก็เป็นเพื่อนมนุษย์คนนึ่งที่ได้มาเป็นตัวแสดงละครในโรงละครแห่งโลกใบนี้ ผมเชื่อนะว่าภัยปัญหาที่มาจากแรงงานต่างชาติ ต่างด้าวที่เป็นปัญหาสังคมอาจจะลดน้อยลงไปได้ เพราะพวกเขามีความรัก ได้ค่าตอบแทน ได้ทำในสิ่งที่เข้ามีจุดมุ่งหมายที่เดินทางเข้ามา  ถามหน่อยไม่มีใครที่ไหนหลอกอยากจะจากบ้านจากเมืองมาอยู่กับคนต่างชาติ ต่างดินแดน….







วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

คนไทยรักกันครับ

ผลงานประกอบการรายงานในรายวิชา การพัฒนาเศรษฐกิจ กับโครงการไทยเข้มแข็ง ร้องเพลงชาติ 76 จังหวัดครับ สังคม การเมือง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ประเทศก้าวไปสู้การพัฒนาอย่างยั่งยืน...