วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

[MV HD] Nutty - ที่ว่างของความเสียใจ

ต้นไม้ปัญหา

วันนี้มีโอกาสได้ไปอ่าน บทความๆหนึ่งจากเวปโพสจังจึงนำมาฝากเพื่อนลองอ่านดูแล้วได้ข้อคิดอะไรจากบทความนี้
ช่างไม้ที่ฉันจ้างมาซ่อมบ้านต่างจังหวัด เพิ่งเสร็จงานอย่างทุลักทุเล ยางรถที่แตกทำให้เขาเสียเวลางานไปกว่าชั่วโมง เลื่อยไฟฟ้าก็เสีย แล้วนี่รถปิ๊กอัพโกโรโกโส ก็สตาร์ทไม่ติดเสียอีก ฉันจึงต้องขับรถไปส่งเขาที่บ้าน เขานั่งเงียบตลอดทาง...
 
" ...... "

เมื่อไปถึงเขาพาฉันไปรู้จักกับสมาชิกในครอบครัว ในระหว่างที่เราเดินผ่านประตูรั้วเขาหยุดครู่หนึ่งที่ต้นไม้หน้าบ้าน
 
เขาเอามือทั้งสองขึ้นไปเหนี่ยวกิ่งใหญ่ชั่วครู่หนึ่ง
 
เมื่อไปถึงประตูบ้าน สีหน้าของเขาแช่มชื่นเป็นคนละคน เขาสวมกอดลูกชายเล็กๆ ทั้งสอง รวมทั้งหอมแก้มภรรยาหลังจากนั้น เขาก็เดินมาส่งฉันที่รถ เราเดินผ่านต้นไม้ต้นเดิม

ฉันอดไม่ได้ที่จะถามเขาด้วยความอยากรู้ว่า เขายกมือทั้งสองเหนี่ยวกิ่งไม้ตอนขาเข้ามาทำไม

"อ้อ..นั่นมันต้นไม้ปัญหาของผมเอง" เขาตอบ
"ปัญหาในการทำงานเกิดขึ้นกับผมเสมอๆ แต่ที่แน่ๆ สิ่งหนึ่งก็คือ ปัญหาต่างๆ พวกนี้ไม่ใช่ปัญหาของคนในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภรรยา
หรือลูกๆ ดังนั้นผมก็เลยแขวนปัญหาทั้งหมดที่มีในแต่ละวันไว้ที่ต้นไม้ต้นนี้ก่อนเข้าบ้าน แล้วผมก็จะเอาปัญหาที่แขวนไว้ออกไปกับผมใหม่ในตอนเช้า"
เขายิ้ม

...คุณรู้ไหม? ที่แปลกก็คือ ดูเหมือนปัญหาที่ผมเอาติดตัวกลับไปทำงานในทุกเช้า
ไม่เคยมากเท่าตอนเอามาแขวนเลยสักที…..

คุณล่ะ...ได้ข้อคิดอะไรจากบทความ...บทนี้....!!!
 
 
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก http://board.postjung.com/528443.html

วันพุธที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2554

คำพูดของคนบางคนสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผมได้

เรื่องที่จะอ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผม และผมก็รู้สึกดีมากจากการที่ได้เล่นอินเตอร์เน็ต ทุกครั้งที่มีปัญหา ความทุก เรื่องเรียน เรื่องความรักผมก็ได้พี่คน คนหนึ่งที่รู้จักกันทางเน็ตค่อยให้คำปรึกษา ลองอ่านดูคำสอนของพี่ที่สอนผม มันทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไป ผมเชื่อว่าหลายๆคนก็คงคิดแบบผม อ่านดูครับ

เป็นการสนทนาระหว่างผม กับพี่เขา

A= พี่

ิB= ผม
A พูดว่า
 ทานรัยหรือยัง
B พูดว่า:
 ท่านแล้วครับ
 แต่ทานไมหลงแหละ
A พูดว่า:
 คราฟ
พูดว่า:
 ปัญหาผมเยอะ
A พูดว่า:
 คราฟ
พูดว่า:
 เบื่อชีวิตแบบนี้มากมาย
A พูดว่า:
 แล้วจะทำอย่างรัย หรือคราฟ
 คุณเอง ไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองนะ
Bพูดว่า:
 อืมมมมมมมม
 ใช่
 เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บเเล้วทนคือควาย รู้อย่างนี้แล้วผมทำมัยต้องยังอยากจะเป็นควายอีกต่อไปอ่ะ
A พูดว่า:
 ไม่ทราบซิคราฟ คุณเองน่าจะเป็นผู้ที่ตอบคำถามได้ดีกว่าคนอืน
ฺB พูดว่า:
 ครับ
 คุณพี่
A พูดว่า:
 ไม่รู้หรอก ว่าคุณคิดรัย ทำรัย
พูดว่า:
 อืม
A พูดว่า:
 ผมก้อแค่ เพื่อนคุย
พูดว่า:
 มันจะจบแหละ
A พูดว่า:
 คงช่วยรัยไม่ได้มากมาย
B! พูดว่า:
 แต่มันก็ไม่จบชะที
Aพูดว่า:
 จบหรือไม่จบ อยู่ที่คุณ
พูดว่า:
 ยังมีคนเขียนบทต่อทุกครั้งที่ว่าจะอวสาน
A พูดว่า:
 ลองบอกตัวเอง อนาคต จะทำรัยเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอด
 ความรัก เป็นสิ่งที่ดี แต่กินไม่ได้
พูดว่า:
 ใช่ๆๆๆๆๆๆๆๆ
Aพูดว่า:
 ความรัก ก้อแค่ อารมณ์ ความรู้สึก เหมือนกับ อยากแล้วก้อช่วยตัวเอง เสร็จแล้วก้อเหนือย แล้วกลับมาอยากอีก
พูดว่า:
 กินไม่ได้แต่ทุกรั้งที่เสพไปมันก็มีความสุขกว่าอาหารรสเลิศเลยน
A พูดว่า:
 ถ้าคุณมีสมบัติ หมื่นล้านบาท นั่นก้ออีกเรื่องหนึ่ง
 อนาคต จะทำรัยกิน เคยถามตัวเองบ่ส
 เคยถามตัวเองบ้างป่ะ
 ผัว ก้อแค่ผัว เมียก้อ แค่เมีย
 สุดทัาย คนเรา ก้อต้องอยู่กับตัวเอง
 หาข้าวกินเอง ไม่ให้อดตายเหมือน..........ข้างถนน
พูดว่า:
 อืม
 ขอบคุณที่เตือนสติจิทุกครั้งนะ
A พูดว่า:
 ไม่เปงรัย
 เพราะผมเคยเป็น เหมือนที่คุณกำลังเป็น
พูดว่า:
 ครับบบบบบ
A พูดว่า:
 ผมไม่กล้าเตือน อารัยมากมาย หรอก
พูดว่า:
 มันคงจะยังไม่สายเนาะพี่เนาะที่ผมจะลุกขึ้นมาทำตัวเองเสียใหม่
A พูดว่า:
 คุณมีความเชื่อมั่นสูง 
 ไม่มีรัยสาย หรอก
 คนเรา ถ้าไม่รักตัวเอง ทำตัวเองให้ดี สร้างอนาคตให้ตัวเอง
 ก้อยากจะไปทำให้ใครได้
Bพูดว่า:
 ครับพี่
Aพูดว่า:
 คุณยังต้องเรียน ต้องหางาน หาเงิน เลี้ยงตัวเอง หรือจะ ขอแต่เงินพ่อ แม่ ตลอดชีวิต แล้วเอาเวลา ไปวิ่งตามความรัก ที่เหมือน วิมานในอากาศ ที่เป็นเพียงแค่ก้อนเมฆ ลอยไปมา ให้เพ้อฝัน
Bพูดว่า:
 ครับบบ
A พูดว่า:
 เดี่ยวคุณ ก้อลืม
 เชื่อเถอะ

พูดว่า:
 จะเอาคำสบประมาดนี้มาเปนเเรงผลักดันคอยดู!
A พูดว่า:
 ไม่ได้สบประมาด
 คิดว่าเป็นเรื่องจริง
B พูดว่า:
 คับ
A พูดว่า:
 ชีวิตเป็นของคุณเอง จะทำรัยกับชีวิตคุณ ก้อไม่ได้มีผลอารัยต่อผม
 นอกจากผล ต่อตัวคุณเองทั้งหมด
B พูดว่า:
 เออออน่าาาาาาาาาาาาาาาาา
 เข้าใจแล้วววว



หลายๆๆคำพูดมันทำให้เราคิดได้เลยนะครับ  คนที่กำลังเป็นอยู่เหมือนอย่างที่ผมเคยเป็น ลองอ่านดูครั

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

ปัญหาเด็กและเยาวชน


( Presentสมาชิกกลุ่ม)
     
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีเพื่อนชาว Blogger ทุกคน ที่ผมหายหน้าหายตาไปไม่ได้มาเขียนบทความให้อ่านกันชะนานไปหน่อยนะ ก็เพราะติดภาระกิจหลายอย่าง อ่ะนะบอกตามตรงว่าเหนื่อย แต่วันนี้ก็ได้มีโอกาศและเวลาที่จะมานำเสนอบทความที่คคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยมาก นะนั้นก็คือ ปัญหาเด็กและเยาวชนเวลาที่ผมนั่งดูข่าวสารบ้านเมืองในแต่ละวัน  โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดขึ้นกับเด็กไทยในหลายเรื่อง  นับตั้งแต่เรื่องของร่างกาย  อย่างเช่นโรคอ้วน  ไปจนถึงปัญหาทางสังคม  อย่างเด็กยกพวกตีกัน  เด็กซิ่ง  เด็กแว้น  ดูเหมือนเป็นปัญหาสารพันที่ไม่รู้จะเริ่มต้นจับต้นชนปลายแก้กันตรงไหนถูก   ถามว่าเด็กดีๆ  ยังมีไหม  มีแน่นอน   แต่ถ้าเป็นเด็กที่ไม่ได้มีปัญหา  เราคงไม่ต้องมานั่งกังวลกันและก็ยิ่งนับวันเรายิ่งมีปัญหาใหม่ๆ  เกิดขึ้นไม่ว่ามาจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย  ทำให้เด็ดติดเกม  หนีโรงเรียน  อันจะนำไปสู่ปัญหาใหม่ๆ  ไม่สิ้นสุด ไปจนถึงเด็กติดยาเสพติด เด็กท้องก่อนวัยอันควร เด็กยกพวกตีกัน โอ๊ยๆอีกหลากหลายปัญหาที่จะพบเจอ วันนี้เลยจะมานำเสนอบทความที่จะสื่อถึงปัญหาเด็กและเยาวชนเพื่อบางทีจะได้ช่วยกันแชร์ความรู้หรือแนวทางในการแก้ไข้ปัญหาได้อย่างถูกวิธี และปัญหาที่จะนำมาพูดคุยกันในวันนี้นั้น คือ ปัญหาเด็กติดเกม ปัญหาเด็กท้องก่อนวันอันควร ปัญหาเด็กติดยาเสพติด และปัญหาเด็กยกพวกตีกัน

เริ่มแรกด้วยปัญหาเด็กติดเกมก่อนเลยครับ
ในขณะที่การพัฒนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วอยู่นั้น ผมคิดว่ามันจะส่งผลต่อวิถีชีวิตของเด็กในมุมมองสองด้าน ด้านแรกไอซีทีก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนทั่วโลกอย่างมากมาย และเมื่อมีด้านดีก็ย่อมมีด้านเสีย แต่ในอีกด้านหนึ่งได้ก่อให้เกิดปัญหาวิกฤตของสังคมตามมา สิ่งที่เกิดขึ้นได้สะท้อนปัญหาที่เป็นรูปธรรม เช่น เด็กติดเกม ติดอินเตอร์เน็ต ติดแช็ต มีการใช้ออนไลน์ในทางที่ผิด ข่าวคราวเชิงปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนคงหนีไม่พ้นในเรื่องที่เกี่ยวโยงกับโลกออนไลน์ โลกที่อยู่หลังจอสี่เหลี่ยม เป็นโลกสมมุติในช่องว่างที่เรียกว่าไซเบอร์สเปซ เป็นโลกเสมือนจริง ที่ผู้คนสามารถเข้าไปดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในโลกใหม่นี้จึงเป็นโลกที่มีบทบาทสำคัญของชีวิตของคนรุ่นใหม่ จนทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่กับรุ่นเก่า นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ยุ่งยากมากขึ้นจริงๆนะเนี๊ย!

ลองมาดูนะครับว่าลักษณะเด็กที่ติดเกมมีลักษณะอย่างไร เผื่อคนใกล้ตัวของคุณอาจจะมีลักษณะแบบนี้บ้างครับ.
1. ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เล่นในเวลาที่กำหนด ทำให้ใช้เวลาในการเล่นนานติดต่อกันหลายๆชั่วโมงบางคนเล่นข้ามวันข้ามคืน.
2. หากถูกบังคับให้เลิกหรือหยุดเล่นจะต่อต้าน หรือมีปฏิกิริยาหงุดหงิดไม่พอใจอย่างรุนแรง บางคนถึงขั้นก้าวร้าวอาละวาด .
              3. การเล่นของเด็กมีผลกระทบต่อหน้าที่ความรับผิดชอบของเด็ก เช่น เด็กไม่สนใจการเรียน ไม่สนใจที่จะทำการบ้าน หนีเรียนหรือแอบหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปเล่นเกม ละเลยการเข้าสังคมหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว.
                4.  บางรายอาจมีปัญหาพฤติกรรมอื่นๆร่วมด้วย เช่น โกหก ลักขโมย (เพื่อนำเงินไปเล่นเกม) ดื้อต่อต้าน แยกตัว เก็บตัว ฯลฯ หรือก่อเหตุรุนแรง.
ภาพจาก  http://campus.sanook.com/story_picture/m/01836_002.jpg
มีหลายๆคนถามถึงสาเหตุของการที่เด็กนั้นติดเกมผมคิดว่านะสาเหตุที่ทำให้ติดเกมมิได้มีเพียงสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง แต่การติดเกมเป็นเพียงผลลัพธ์ของหลายๆปัจจัยที่ผสมผสานและเกี่ยวข้องกันอยู่ สาเหตุหลักๆ ได้แก่
               
1. การเลี้ยงดูในครอบครัว: มักจะพบเด็กติดเกมได้บ่อยในครอบครัวที่เลี้ยงเด็กโดยไม่เคยฝึกให้เด็กมีวินัยในตัวเอง ขาดกฎระเบียบ กติกาในบ้าน ตามใจเด็ก หรือมักจะใจอ่อนไม่ทำโทษเมื่อเด็กกระทำผิด บางครอบครัวไม่มีกิจกรรมที่สมาชิกทุกคนทำร่วมกัน ทำให้เด็กเกิดความเหงา ความเบื่อหน่าย เด็กจึงต้องหากิจกรรมอื่นทำเพื่อให้ตัวเองสนุก
             2. สังคมที่เปลี่ยนแปลงไป: สังคมยุคไฮเทคที่มีเครื่องมือที่มีพลังในการเร้าความตื่นเต้นให้เกิดขึ้นในตัวเด็กอย่างมหาศาล สังคมวัตถุนิยม สังคมที่ขาดแคลนกิจกรรม หรือสถานที่ที่เด็กจะได้ใช้ประโยชน์หรือเรียนรู้โดยได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินไปด้วย เหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้เด็กหันไปใช้การเล่นเกมเป็นทางออก
                 3.    ปัจจัยในตัวเด็กเอง: เด็กบางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงต่อการติดเกมมากกว่าเด็กทั่วไป เช่น เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) เด็กที่มีปัญหาอารมณ์ ซึมเศร้า หรือวิตกกังวล เด็กที่ขาดทักษะทางสังคม เข้ากับเพื่อนไม่ได้ เด็กที่มีปัญหาการเรียน เด็กที่มีความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองต่ำ (low self-esteem) เป็นต้น
             โอเคพอมาถึงตรงนี้ถามต่อว่าเมื่อเรารู้สาเหตุแล้ว แล้วแนวทางการแก้ไข้ละ คืออะไรบ้าง ลองอานต่อนะครับอาจจะเป็นแนวที่สามารถไปใช้กับคนใกล้ตัวของคุณได้นะ               
1.  หากในบ้านยังไม่มีกฎหรือกติกาการเล่นเกม จำเป็นที่จะต้องพูดคุยกับเด็กและให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการวางกติกากำหนดเวลาการเล่น
               2. มีเวลาอยู่กับเด็กให้มากขึ้น พาออกนอกบ้านเพื่อไปทำกิจกรรมที่เด็กชอบ (ยกเว้นการไปเล่นเกมนอกบ้าน) อย่าลืมว่าเด็กส่วนหนึ่งติดเกมเพราะความเหงา เบื่อ ไม่มีอะไรสนุกๆ ให้ทำ
               3. รักษาสัมพันธภาพระหว่างกันให้ดี หลีกเลี่ยงการบ่น ตำหนิ ใช้อารมณ์ หรือถ้อยคำรุนแรง แสดงความเห็นใจ เข้าใจว่าเด็กไม่สามารถควบคุมตัวเอง หรือตัดขาดจากเกมได้จริงๆ
              4.  ผู้ปกครองควรร่วมมือกันในการแก้ปัญหา โดยใช้กฎเดียวกัน อย่าปัดให้เป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง
              5.  ฟอร์มเครือข่าย ผู้ปกครองที่มีเด็กติดเกมเหมือนๆ กันหลายๆ ครอบครัว แล้วผลัดกันนำเด็กทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด เช่น การเข้าค่าย เรียนนอกสถานที่ วอล์กแรลลี่ จัดตั้งเป็นกลุ่มย่อยๆ ชมรมต่างๆ เช่น Sport club, adventure club เป็นต้น
             6.  ในรายที่ติดเกมจริงๆ และเด็กต่อต้านรุนแรงที่จะเลิก ในระยะแรกพ่อแม่ควรร่วมเล่นเกมกับเด็ก (แต่อย่าเผลอติดเกมเองเสียล่ะ) ทำความรู้จักกับเกมที่เด็กชอบเล่น หากเห็นว่าเป็นเกมที่ไม่เหมาะสม หรือเกมที่ใช้ความรุนแรง พยายามเบี่ยงเบนให้เด็กมาสนใจเกมอื่นที่พอจะมีส่วนดี ดึงเอาส่วนดีของเกมมาสอนเด็ก เช่น เกมสร้างเมือง Strategic games ต่างๆ เกมที่มีบทบาทสมมุติเพื่อฝึก Social skills เป็นต้น เมื่อสัมพันธภาพกับเด็กเริ่มดีขึ้น พ่อแม่จึงค่อยๆ ดึงเด็กให้มาสนใจในกิจกรรมอื่นๆทีละเล็กละน้อย
              7.  หากทำทุกวิธีข้างต้นแล้วไม่ได้ผล พ่อแม่ควรพาเด็กมาพบจิตแพทย์เด็ก เนื่องจากเด็กอาจจะป่วย มีปัญหาสุขภาพจิตอยู่ลึกๆ เช่น ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า วิตกกังวล สมาธิสั้น ฯลฯ เพื่อรับการวินิจฉัยและบำบัดรักษาต่อไป
          นั้นก็เป็นแนวทางในการแก้ไขที่ผมหามาได้และถ้าใครมีแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมหรือแตกต่างกว่านี้ก็แนะนำกันมาได้เลยนะครับ  ก่อนที่จะผ่านของปัญหาเด็กติดเกมนั้นมีคนหลายคนถามขึ้นมาต่อว่า ถ้าไม่ให้เล่นเกม เล่นเน็ต แล้วจะให้ทำอะไร? ก่อนอื่นลองมองอย่างนี้ก่อนนะครับ หากถามว่า อาชีพของเด็กคืออะไร ก็คงต้องตอบว่าอาชีพของเด็กคือ เรียนกับเล่น การเล่นของเด็กก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเฟื่องฟูจะให้เด็กไปเล่นม้าก้านกล้วย จะเป็นไปได้หรือ เทคโนโลยีทำให้การมีเพื่อนของเด็กแตกต่างออกไป ไม่จำเป็นต้องไปพบหน้ากัน สามารถเข้าสู่โลกเสมือนจริงพบเพื่อนๆ พูดคุย เล่นสนุกสนานกันในโลกหลังจอสี่เหลี่ยม เล่นได้แม้ในยามค่ำคืนหรือกลางดึกในสังคมปัจจุบันที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องมุ่งมั่นแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมทางสังคมได้เปลี่ยนไปมาก เด็กและเยาวชนมีความกดดันจากสังคม ต้องเรียนหนังสือในห้องเรียน มีความเครียด บางคนเลิกเรียนต้องไปเรียนพิเศษต่อ เด็กมักจะย้อนถามว่า ถ้าไม่ให้ผมเล่นเกมเล่นเน็ตแล้วจะให้เล่นอะไร พ่อแม่จำนวนมากไม่ยอมปล่อยให้ลูกไปไหนมาไหนคนเดียว อีกทั้งสนามเด็กเล่นก็ไม่สะดวก การเล่นออนไลน์ดูจะตรงใจเด็กมากที่สุด เพราะเล่นในบ้านได้ หรือร้านเกมก็มีให้เล่นมากมาย
                       ที่สำคัญสำหรับพ่อแม่คือ ทำอย่างไรจึงจะเล่นเกม ให้เป็นเกม เล่นเพื่อความสนุกสนาน พักผ่อนจิตใจ

 ปัญหาที่  2 ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
                 จากสถานการณ์ปัญหาเด็กและเยาวชนในสังคมไทยยุคปัจจุบัน ได้ทวีความรุนแรงสูงมากขึ้นเกือบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการมีทัศนคติและพฤติกรรมเบี่ยงเบน เหินห่างศาสนามีค่านิยมแบบบริโภคนิยมอย่างฟุ่มเฟือย การทะเลาะวิวาท  ติดยาเสพติด การเสพสื่อลามกอนาจาร  ติดเกม ฯลฯ ซึ่งปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และขาดความรู้ความเข้าใจในการคุมกำเนิดและป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่มีแนวโน้มรุนแรงและหนักหน่วงจนน่าตกใจ  ซึ่งปัจจัยหนึ่งมาจากการแพร่ระบาดของสื่อที่ไม่เหมาะสมหรือลามกอนาจารผ่านทางสื่อแต่ละประเภท จนทำให้เด็กและเยาวชนไทยซึ่งขาดภูมิคุ้มกันในการบริโภคสื่อ มีการเลียนแบบพฤติกรรมและนำไปสู่ปัญหาดังกล่าว
แล้วสาเหตุของปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวันอันควร มันคืออะไรลองมาดูตรงนี้นะครับ    1. ปัจจัยด้านพันธุกรรม   การเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะฮอร์โมนในร่างกาย มีผลกระตุ้นให้มีความสนใจกับเพศตรงข้าม รวมทั้งแรงขับตามธรรมชาติ ที่ทำให้ใคร่รู้ ใคร่ลอง ในเรื่องเพศ จนทำให้เกิดการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั่งใจขึ้น
    2. เริ่มต้นตั้งแต่การแต่งตัวที่เปิดเผยมาก     เสื้อที่เปิดให้เห็นเนินอกมากเกินไป  เสื้อที่เปิดสะดือ กางเกงที่รัดมากเกินไป เน้นสัดส่วนชัดเจนเกินไป
   3. วัยรุ่นขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องเพศ โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่มีแฟนหรือคนรักหากไม่รู้จักการปฏิเสธเมื่อถูกขอ มีค่านิยมสมัยใหม่ที่ผิดๆ
   4. การอยู่หอพัก    และการเที่ยวในสถานเริงรมย์ ซึ่งมีการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการใช้สารเสพติดจนทำให้ขาดสติ
   5. การอยู่ด้วยกันสองต่อสองระหว่างชายหญิงในที่ลับตาคน
  6. สถาบันครอบครัวและศาสนา ที่ปัจจุบันได้อ่อนแอลง เด็กได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวน้อยจากที่พ่อแม่ต้องวุ่นกับการทำงานเพื่อ หาเงินเลี้ยงลูก หรือบางครอบครัวพ่อแม่มีปัญหาหย่าร้างต้องแยกทางกันทำให้เด็กต้องออกไปหา ความอบอุ่นจากเพื่อนและแฟน
   7. เรื่องเพศได้ถูกนำเสนอออกมาทางสื่อต่าง ๆ จำนวนมาก
   8. สภาพสังคมที่ปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า ผู้ชายหมกมุ่นและมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นจาก สิ่งยั่วยุต่าง ๆ ทำให้ต้องมาลงกับเพศหญิง จนเป็นเหตุให้เกิดการคุกคามทางเพศ รุมโทรม และการข่มขืน
    9. ปัญหาการขาดการอบรมกล่อมเกลาขาดความใกล้ชิดสนิทสนม ทั้งจากครอบครัวทั้งจากสังคมแวดล้อมจากสังคม
   10. สภาพแวดล้อม เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น การเห็นคนรอบข้างหรือเห็นคนที่อยู่ในชุมชนเดียวกันมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัย ก็จะเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
   11. วัยรุ่นมักหลงอยู่กับวัตถุนิยมมากเกินไป และชอบตามเพื่อน เมื่อตัวเองไม่ได้ก็ต้องไขว่คว้าหาวิธีการที่จะได้สิ่งของที่ตนเองต้องการ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ยอมเสียตัวเพื่อแลกกับการได้ เงิน
           แนวทางในการแก้ไขปัญหานี้มีหน่วยงานและสภถาบันต่างๆออกมาให้คำแนะนำและแนวทางการแก้ไขปัญหาอยู่ 3 หน่วยงานที่เราเห็นได้ชัดคือ กระทรวงศึกษาธิการ
            ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ ประสงค์จะให้มีการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหา นักเรียน นักศึกษา มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล จึงให้สถานศึกษาถือปฏิบัติดังต่อไปนี้
กระทรวงสาธารณะสุข
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมสุขภาพจิต โรงพยาบาล  กรมอนามัย กรมส่งเสริมสุขภาพ หน่วยงานต่างๆ ได้มีการรณรงค์ในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และมีการให้ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องเพศที่ถูกต้อง ปัญหาต่างๆ ที่มาจากการมีเพศสัมพันธ์ เพื่อสร้างค่านิยมที่ถูกต้องแก่เยาวชน
สถาบันครอบครัว 
  ครอบครัวเป็นตัวที่สำคัญที่สุด ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
   1. ให้ความรักความอบอุ่นกับลูก ทำใจยอมรับเมื่อลูกทำผิด
   2. คุยเรื่องเพศกับลูก โดยสอนให้เข้าใจและถูกต้อง ถ้าผู้ปกครองมัวแต่คิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องน่าอาย เป็นเรื่องไม่ดี ไม่ควรพูดกับวัยรุ่น ขอให้คิดเสียใหม่เพราะวัยรุ่นเป็นวัยอยากลอง หากพวกเขาไม่มีที่ปรึกษาที่ดีอาจทำให้เขายิ่งไปกันใหญ่ ดังนั้น ผู้ปกครองเป็นยาในการป้องกัน และการให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ดีที่สุด

ตามมาติดๆกับปัญหาที่สามเลยนะครับ
ปัญหาทะเลาะวิวาทของเด็กวัยรุ่น
           ปัญหาทะเลาะวิวาทของเด็กวัยรุ่นในสังคมไทยเริ่มรุนแรงขึ้นทุกวันซึ่งบ้าง ก็มีทั้งที่เป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ และไม่เป็นข่าว ซึ่งในแต่ละครั้งก็จะมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือบาดเจ็บกันทั้งสองฝ่ายทำให้สร้างความเดือดร้อนกับตัวผู้ก่อเหตุเองและผู้ปกครองของกลุ่มเด็กวัย รุ่น ซึ่งที่ผ่านมาทางหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ก็ได้มีการหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหานี้มาโดยตลอด เพื่อลดและป้องกันทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น ปัญหานี้ได้สร้างความเสียหายทั้งกับตัวนักศึกษาเองและชื่อเสียงของสถาบันอีก ด้วย ปัจจุบันนี้ นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษามีการประกาศสงครามกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตในเว็บไซต์ต่างๆ โดยมีการเขียนคำท้าทาย หรือประกาศว่าจะยึดสัญลักษณ์ เช่น หัวเข็มขัด ของสถาบันฝ่ายตรงข้ามให้ได้ รวมถึงใช้ถ้อยคำยั่วยุรุนแรงว่าจะ “เด็ดหัว” นักศึกษาสถาบันคู่อริ ซึ่งในช่วงที่ใกล้วันสถาปนาของแต่ละสถาบันการทำสงครามทางอินเตอร์เน็ตยิ่ง รุนแรง
สาเหตุของการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทของเด็กวัยรุ่นเกิดจากปัจจัยที่หลากหลายดังนี้คือ   1. เนื่องจากสถานศึกษาไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร การไม่ให้การสนับสนุนและเห็นความสำคัญของปัญหาของผู้บริหาร ในการที่ตำรวจจะเข้าไปตรวจค้นอาวุธในสถาบันการศึกษา เพื่อเป็นการลดและป้องกันการก่อเหตุทะเลาะวิวาท
   2. เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายมาก่อน
   3. เกิดจากการเป็นศัตรูคู่อริ ทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้องขาดความร่วมมือในการปฏิบัติ
   4. เกิดจากความต้องการอวดให้รุ่นน้องเห็น
   5.  มาตรการที่กำหนดไว้ไม่สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริง (เตือนใจ ชาลี 2539)
   6.  เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ใจร้อน และขาดสติ เป็นความแค้นส่วนตัว ไม่ชอบหน้ากัน และไม่ถูกกัน เกิดจากการปลูกฝังค่านิยมที่ผิดๆ จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
   7. เกิดจากความรู้สึกเสียศักดิ์ศรี ความคึกคะนองตามธรรมชาติของวัยรุ่น และการถูกยั่วยุ ตลอดจนวันรุ่นมีภูมิต้านทานต่อการยั่วยุต่ำ
แนวทางแก้ไขปัญหาของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง    1.ให้ทางสถาบันการศึกษาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นอาวุธนักศึกษาทั้ง เข้าและออก รวมทั้งหลังจากที่นักศึกษากลับบ้าน   ติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดประตูทางเข้าออก รวมทั้งฝั่งตรงข้ามสถาบัน
    2. ขอให้ผู้ใหญ่ทั้งในโรงเรียน ในบ้านและในสังคม เป็นแบบอย่างในสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เยาวชนเป็นคนกล้าแสดงออกที่เหมาะสม กับกาลเทศะ รวมทั้งส่งเสริมการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย มีความพร้อมทั้งทางความคิดและความรับผิดชอบต่อผลที่ตามมา  
    3.ทำให้โรงเรียนหรือสถาบันน่าอยู่ และสร้างการเรียนรู้ในสถานที่ที่เด็กชอบหนีไปเที่ยว ติดตามศิษย์เก่าที่มีพฤติกรรมไม่ดี  ชอบมายุแหย่รุ่นน้องให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ดีมักเตือนและให้คำแนะนำว่าเป็นเหตุให้เกิดความสูญเสีย  และที่สำคัญกว่านั้นคือเป็นปัญหาให้กับสังคมและคนรอบข้าง
4.จัดทำประวัตินักศึกษาปี 1 ที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่นำข้อมูลส่งตำรวจติดตามพฤติกรรม  ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กำหนดแผนป้องกัน และระงับเหตุนักเรียน นักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาท โดยสำรวจและจัดทำข้อมูลสถานศึกษาที่มีนักเรียนก่อเหตุบ่อยครั้ง หรือกลุ่มนักเรียนที่มีแนวโน้มจะกระทำผิด สถานที่ที่จะกระทำ
     5.สร้างทางเลือกในกิจกรรมที่เร้าใจเยาวชน  จัดกิจกรรมระหว่างสถาบันการศึกษา เช่น การพัฒนาวัด ทำบุญร่วมกัน  จัดการเรียนรู้ให้เยาวชนเห็นผลกระทบที่เป็นรูปธรรม ทั้งดีและร้ายของการพนัน การเสพยา พฤติกรรมเพศที่ไม่เหมาะสม
    6. จัดตำรวจเข้าไปเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายและบทลงโทษแก่เยาวชนที่กระทำความผิด
    7. หน่วยงานต่างๆของรัฐและเอกชน ควรมีส่วนร่วมเสมอ  ในการส่งเสริมให้เด็กได้พัฒนาขึ้น
    8. นักศึกษาอาชีวศึกษาที่ก่อเหตุทะเลาะวิวาทต้องถูกลงโทษด้วยกฎหมายที่เด็ดขาด   เชื่อว่าน่าจะมีผลให้นักศึกษาหวาดเกรงโทษ และก่อเหตุน้อยลง

 

ต่อไปเป็นปัญหาสุดท้ายแล้วครับ  นี่แค่เป็นเพียงปัญหาของเด็กและเยาวชนที่ยกเพียงตัวอย่างมาแค่สี่ปัญหานะครับเห็นไหมครับว่ามันไม่ใช่เพียงเป็นปัญหาเล็กๆแต่มันเป้นปัญหาที่ใหญ่มากที่พอจะทำให้เรามองเห็นอนาคตของชาติเราจะไปในทางทิศไหนที่เยาวชนยังมีปัญหาอย่างนี้ต่อไปโดยที่ไม่มีใครมาช่วยเหลือหรือดูแล

ปัญหาเด็กติดยาเสพติด
 สาเหตุของการติดยาเสพติด
        1.วัยรุ่นเป็นวัยที่มีความ ”อยากลอง” ความเป็นวัยรุ่นของเขาทำให้เขาอยากลองในสิ่งแปลกใหม่ ร่วมกับอีกปัญหาหนึ่งคือการ “ตามเพื่อน” ความจริงแล้วเป็นเรื่องปกติของวัยรุ่น ไม่ว่าจะในยุคใดสมัยใด ที่จะสนใจเพื่อน อยากจะลอง อยากจะเป็นอย่างคนนั้นคนนี้ หรืออยากจะทำอย่างที่เพื่อนทำ จนกระทั่งกลายมาเป็นแฟชั่น
2.สภาพแวดล้อม ก็มีส่วนเอื้อให้มีปัญหายาเสพติดขึ้น เดิมทียาเสพติดเป็นสิ่งที่จะมีในสถานที่หรือแหล่งที่มีลักษณะจำเพาะในการระบาดของยาเสพติดเท่านั้น แต่ปัจจุบันยาเสพติดได้แพร่ระบาดมาถึงในโรงเรียนแล้ว เด็กๆ สามารถหายาเสพติดได้ในโรงเรียน
      3.ปัญหาเรื่องของการต่อต้านผู้ใหญ่ อันนี้เป็นเรื่องตามวัยของเขาด้วย ด้วยความที่เขาอยากเป็นตัวของเขาเองทำให้เด็กบางทีรู้สึกไม่อยากเชื่อฟังสิ่งที่ผู้ใหญ่พูด บางทีก็แสดงความก้าวร้าวออกมา ถ้าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูไม่เข้าใจ ก็จะมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่รุนแรงกับเด็ก เด็กก็จะยิ่งต่อต้านมากขึ้น อะไรที่เรารู้สึกว่าไม่ดี อะไรที่เราห้ามเขา อะไรที่เราบอกว่าอย่าทำ เด็กก็จะยิ่งอยากทำ เหมือนจะประชดผู้ใหญ่ไปทางหนึ่ง
       4.ปัญหาในเรื่องของภาวะทางอารมณ์ เด็กๆ หลายคนไม่มีความสุข เขารู้สึกเศร้าใจ รู้สึกทุกข์ใจ มีปัญหาต่างๆ รอบตัวโดยเฉพาะเรื่องในครอบครัว ความไม่ลงรอยกันในครอบครัว ความขัดแย้งกันของคุณพ่อคุณแม่ จึงทำให้เขาจมอยู่กับยาเสพติด

การป้องกัน
    1.ความใกล้ชิดในครอบครัว คือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดในเรื่องปัญหายาเสพติด ความเอาใจใส่กับลูกไม่ได้เริ่มที่วัยรุ่น จริงๆ แล้ว เราเอาใจใส่รักใคร่กับเขามาโดยตลอด ความผูกพันอย่างนี้ ทำให้เด็กรับรู้และเข้าใจตระหนักดีว่า การหันเข้าไปหายาเสพติดทำให้ครอบครัวของเขาเกิดปัญหาขึ้น
   2.การพูดคุยกับเด็กวัยรุ่นก็เป็นเรื่องจำเป็น การใช้วิธีพูดคุยกันในทำนองของการไถ่ถามถึงเรื่องราวทั่วๆ ไป เปิดโอกาสให้เขาปรึกษาหารือ พร้อมที่จะรับฟังเขา จะทำให้ความรู้สึกต่อต้านของเด็กลดลง เมื่อเขาเห็นว่าเราวางใจเขา ก็จะยินดีให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาว่าเวลานี้ เขาคิดอย่างไร เขารู้สึกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่อาจลองถามไถ่ต่อไปว่า มีบ้างไหม เขาบังเอิญเข้าไปใกล้ชิดกับปัญหาเรื่องยาเสพติด เขาคิดว่าเขาจะป้องกันตัวเองอย่างไร ถ้าผู้ปกครองพูดกับลูกอย่างนี้ ก็จะได้แนวคิดว่าจริงๆ แล้วเด็กมีความพร้อมในเรื่องการดูแลตัวเองจากยาเสพติดไหม
3.การสังเกตพฤติกรรม โดยเมื่อเริ่มมีปัญหาแล้วเรารีบเข้าไปแก้ปัญหาโดยเร็ว ก็ย่อมจะดีกว่าปล่อยให้เขาติดยาเสพติดจนเรื้อรังจนแก้ไขได้ยาก
     4.กลุ่มเพื่อนของเด็กก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าผู้ปกครองยอมรับเพื่อนของลูก ก็สามารถติดตามได้ว่าเขาไปทำอะไรกันที่ไหนบ้าง แต่ถ้าเราปฏิเสธไม่ยอมรับเพื่อน ลูกก็จะเริ่มไม่บอกกับเราอย่างตรงไปตรงมา อาจยังแอบคบหาสมาคมกันโดยที่เราไม่รู้ ซึ่งข้อนี้จะเป็นอันตรายมากกว่า เพราะเราไม่มีทางทราบว่าเขาไปทำอะไร ที่ไหน เมื่อไรบ้าง แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เปิดใจรับให้เพื่อนของลูกเข้ามาในบ้าน เข้ามาพูดคุยกัน ทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกันที่บ้าน ซึ่งดูแล้วอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม เช่น เขาอาจจะอยากขอมาเล่นดนตรีด้วยกันที่บ้าน คุณพ่อคุณแม่ก็ควรอนุญาตหรือยอมให้เขาทำอะไรบางอย่างร่วมกันบ้าง คุณจะได้เห็นลูกกับเพื่อนในสายตาอยู่เกือบตลอดเวลา


จบไปแล้วกับสี่ปัญหาอ่านดูแล้วเครียดๆ เน๊าะ เอาไง๊ดีล่ะ เอาเป็นว่าไปดูภาพประมวลกิจกรรมในวันที่เรานำเสนอรายงานในห้องเรียนเมื่อวันพุธที่ 12 มกราคม 2554  ณ มหาวิทยาลัยบูรพา คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ชั้น 5 ห้อง 501 กับการจัดกิจกรรมการนำเสนอในหัวข้อเรื่อง ปัญหาเด็กและเยาวชน






ภาพนี้เป็นภาพตอนเตรียมงาน อุปกรณ์ก่อนวันรายงานหนึ่งวัน อิอิ ห้องรกเลยจร้า













โอ๋ พลอย ต้น เอ๊ะ มีท่าน่ารั๊กๆๆมาฝากเพื่อนๆๆ (แหมมทำไปได้)






                                                                                                                                                                         


ภาพบรรยากาศในห้องตอนที่นำเสนอ เหมือนเพื่อนจะหลับเน๊าะกลางค่ำกลางคืนไม่รู้จักนอนกันอิอิ


กิจกรรมการโต้วาที ในญัณติที่ว่า โรงเรียนหรือบ้านที่ทำให้เด็กเกิดปัญหาฯ
ฝ่ายเสนอนำทีมโดยลิขิต ปะทะกับฝ่ายค้าน คือน้องกิ๊บเก๋  ใส่กันอย่างเมามันมากวันนั้น



                           >>>>>>>>>>>>>>กรรมการที่น่ารัก อ. พัด จร้า<<<<<<<<<<<<<<<


                                                 เขาอยากถ่ายเลยถ่ายให้


ประชุมกลุ่มกันจร้า  เรื่องการเตรียมตัว แบ่งงาน วางสคิป และที่สำคัญเก็บเงินด้วย 5555



กิจกรรมทั้งหมดในวันนั้นก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านวิชาการ การตอบคำถาม และกิจกรรมการโต้วาที ถ้าไม่ได้เพื่อนๆกิจกรรมก็คงไม่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พอถึงตรงนี้แล้วทางกลุ่มก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนเอกสังคม ที่น่ารักที่ให้ความร่วมมือ และที่สำคัญอาจารย์ พัด ที่น่ารัก ที่ให้คำแนะนำมาตลอด
ก่อนที่จะจบของการนำเสนอในบทความของบร๊อกเรื่องนี้ก็ขอฝากอะไรเล็กน้อยๆว่า** เยาวชนที่ดี ที่น่ารัก ** ต้องฟูมฟักมาจากครอบครัวที่อบอุ่น มีความรัก ความใกล้ชิดผูกพันธ์ มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ มีคำชม และมีกำลังใจ ให้กันเสมอ.....